้นเคล้นทรวงอกของนางเบาๆ ส่วนอีกข้างก็ลูบไล้ลงต ่า “อากาศยังเย็นอยู่เราคงต้องทำให้ร่างกายร้อนขึ้นอีกสักหน่อยค่อยอาบน ้า ดีหรือไม่?”เติ้งเฉินฟู่มีอาการหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นไป๋เพ่ยเจินยืนซุบซิบอยู่กับหู่ซิ่นสือด้านหน้าตำหนักเป่าฉี เขารีบเดินเข้าไปหาแทบจะขวางกลางระหว่างคนทั้งสอง“หัวหน้าหู่ ท่านคิดจะรับนางเข้าเป็นองครักษ์เสื้อแพรด้วยหรือ?”ไป๋เพ่ยเจินหันมาค้อน “ข้าเป็นนางกำนัลวังเป่าฉีก็ดีอยู่แล้ว เจ้าพูดอันใด?”องครักษ์เติ้งหันจ้องนาง “เจ้าร้ายกาจกว่าที่ข้าคิดเสียอีก พรางตัวได้แนบเนียนนัก หากฝีมืออย่างเจ้าเป็นแค่นางกำนัลก็คงน่าเสียดายแย่”นางกำนัลร่างน้อยทำหน้าฉงน “เห็นทีข้าคงพูดกับเจ้าไม่รู้เรื่องแน่!” นางหันไปมองหู่ซิ่นสือ “หัวหน้าหู่เรื่องที่เราคุยกันคงต้องปรึกษาหารือต่อโอกาสหน้า ข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” นางยอบกายลาอย่างสุภาพแต่ดวงตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเติ้งเฉินฟู่“เหตุใดเจ้าต้องหาเรื่องนางด้วย?”“ท่านเป็นคนมีภรรยาแล้ว จะมายืนในที่ลับตาคนคุยกับสตรีที่ยังไม่แต่งงานย่อมไม่สมควร ครั้งหน้าให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนจะดีกว่า!”