ๆ เพคะ!หม่อมฉันกล้าสาบาน หม่อมฉันไม่เคยคิด” มามาหลี่โขกศีรษะลงกับพื้น“เจิ้นเชื่อเจ้า! ถูมามาหลี่ เจ้ามิเคยคิดทำร้ายเฉินเฟย เจ้าแค่คิดฆ่าผู้อื่นเท่านั้น!” ฮ่องเต้ทรงหันไปทางหู่ซิ่นสือ “ไปนำตัวไป๋เพ่ยเจินกับหลักฐานเข้ามา!”ไป๋เพ่ยเจินนำชามไม้ที่มีเศษถ้วยน ้าชาแตกและเศษผ้าซับน ้าชานั้นเข้ามา“กราบทูลฝ่าบาท นี่คือถ้วยชาที่เฉินเฟยจะถวายฮองเฮาแต่ฮองเฮาทรงให้คุณชายจินดื่มแทน บังเอิญคุณชายจินทำหล่นมือแตกแล้วหม่อมฉันเก็บเอาไว้เพคะ”“เฉินเฟย เจิ้นให้หมอเกาตรวจแล้วในน ้าชานี้มีผงหยกหิมะผสมลงไป เจ้าบอกว่าเอามาใช้บำรุงร่างกายตนเอง เหตุใดต้องหวังดีอยากบำรุงร่างกายฮองเฮาด้วย?”พระสนมหน้าเสีย นางตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว!“มิได้เพคะ! เป็นถูมามาหลี่แน่ เป็นนางที่คิดจะวางยาฮองเฮา”“ไหนเจ้าบอกว่าเป็นยาบำรุงธาตุ?” เสียงตวาดนั้นกึกก้องทั่วห้องโถง คนทั้งหมดถึงกับสะดุ้ง สิบกว่าปีที่มิเคยได้เห็นอาการพิโรธของหมิงเฟยหลง “เจ้าเอาหยกหิมะให้ตงเฟยดื่ม แล้วคะยั้นคะยอเอาอาหารฤทธิ์เย็นให้นางรับประทาน ไม่กี่วันร่างกายนางก็เป็นไข้หนาวสิ้นชีพ บอกเจิ้นมา เจ้าใช้วิธีนี้ฆ่ามากี่คนแล้ว!”“หม่อมฉันมิได้ทำ! ตงเฟยนางป่วยเองเพคะ!”“หัวหน้าหู่! เอาถูมามาหลี่ไปทำให้นางพูดเดี๋ยวนี้”เฉินเฟยน ้าตาไหลพราก “อย่านะเพคะ! อย่าทำนางเลย!”“เจ้าห่วงนางหรือห่วงความลับที่นางเก็บไว้กันแน่!” ความเดือดดาลของฮ่องเต้เกือบถึงขีดสุด เฉินเฟยที่พระองค์เคยเห็นใ