้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดที่เรือนนี้ก็ต้องผ่านข้าเสียก่อน”ไป๋เพ่ยเจินอมยิ้ม ‘เจ้าองครักษ์ผู้นี้รูปร่างหน้าตาก็เข้าที ไม่คิดเลยว่าจะดูไร้เหตุผล ที่พวกขันทีขบขันเขาก็คงจะเป็นจริง’ แม้นางระลึกถึงข่าวที่เกี่ยวกับเขาแต่ปากก็ยังเอื้อนเอ่ยธุระต่อ“ท่านมิได้ผลัดเปลี่ยนให้ผู้อื่นมาอยู่เวรยามที่นี่แทนใช่หรือไม่?”“ทำไมหรือ?”“ข้าเกรงว่าท่านจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป ทำให้ระมัดระวังคนร้ายได้ยาก ควรจะให้องครักษ์ผู้อื่นมาอยู่แทนสักวันก่อนจะดีหรือไม่?” นางผ่านเรือนนี้หลายวันก็เห็นเขายังคงปักหลักนั่งเฝ้าอยู่ห้องโถงไม่ไปไหนเห็นทีร่างกายของเขาคงอ่อนล้าเติ้งเฉินฟู่มองดูใบหน้าที่แสนธรรมดาของนางกำนัลตรงหน้า หากนางมิใช่คนของฮองเฮาต่อให้เดินผ่านอีกนับพันครั้งเขาก็คงไม่จดจำสตรีเช่นนี้ “ข้าได้รับการฝึกจากหน่วยเสื้อแพรมาอย่างดี เจ้าเก็บความห่วงใยเอาไว้กับตัวเถิด”นางกำนัลน้อยเห็นใบหน้าคมคายขององครักษ์หนุ่มเชิดขึ้นเล็กน้อยก็พลันรู้สึกได้ว่าถ้อยคำที่เขากล่าวออกมาคือคำกล่าวหาว่านางแอบมีใจให้เขา“ที่ข้าพูด มิใช่เพราะสนใจคนอย่างท่านหรอก แต่เหล่าขันทีล้วนแล้วแต่เอาไปพูดกันสนุกปากว่าท่านเฝ้านางมาตั้งแต่นางเข้าวังจนยามนี้ยังไม่ยอมให้ผู้ใดมาผลัดเปลี่ยน ข้าจึงเห็นว่าหากเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้วท่านมิอาจปกป้องนางได้เพราะร่างกายอ่อนเพลียนี่มิใช่ความโชคร้ายของนางดอกรึ?”เติ้งเฉินฟู่เห็นนางหรี่ตามองเขาอย่างดูแคลนอารมณ์หงุดหงิดที่สะสมมาจาก