่อได้รู้ความจริงแล้วหัวหน้าองครักษ์เหม่ยจึงปล่อยนางไป“นางรับเงินตำหนักเหอผิงแล้ว ย่อมกลายเป็นคนร้ายในไม่ช้า เจ้าลงมือได้” สตรีในเงามืดทางเดินระหว่างตำหนักรับคำเบาๆ“ข้าจะจัดการวันพรุ่งนี้ เจ้าค่ะ”เหม่ยห้าวรีบหลบไปก่อนที่จะมีคนมาพบ ซอกหลืบในวังหลวงมีที่ให้ลอบพูดคุยนัดหมายมาก แต่ก็ต้องระมัดระวังอาจจะมีผู้มาพบเห็นได้โดยง่าย“นั่นมันหัวหน้าเหม่ยนี่?” จูจิ้นติ้งที่กลับเขามารับเวรยามมัวแต่แวะทักทายเหล่าขันทีที่รู้จักกันจนจวนจะเลยเวลารับช่วงงานเลือกเดินตามเส้นทางลัดเลาะที่เขาเคยซอกแซกผ่านมาโดยบังเอิญครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ก็คิดว่าจะผ่านไปถึงเรือนรับรองได้เร็วขึ้น มิคาดกลับเห็นสตรีในชุดมามาหลี่ลอบพูดคุยกับเหม่ยห้าวหัวหน้าองครักษ์วังหลวงในซอกหลืบอันมืดมิด ทั้งสองแยกย้ายกันไปแล้วแต่ความสงสัยของจูจิ้นติ้งยังอยู่ เขาลอบเดินตามนางไปเพื่อให้รู้ชัดว่านางคือใคร? เมื่อเห็นแล้วก็รีบไปรักษาการณ์ที่เรือนรับรองจินวั่งซู่ยังไม่ยอมนอนเขานั่งดื่มสุราที่ฮองเฮาทรงพระราชทานมาให้ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ได้ยินว่าจูจิ้นติ้งจะมาดูแลเขาเย็นนี้ นอกจากองครักษ์ที่ฮ่องเต้ทรงจัดให้มาวนเวียนเรือนรับรองหลายสิบคน ขันทีและนางกำนัลก็มีจำนวนเทียบเท่ากับพระสนมระดับเฟย ช่างเป็นวาสนานัก แม้เขาจะติดตามองค์ชายสิบสองที่เป็นญาติเข้ามาร่วมเรียนในวังตั้งแต่เยาว์วัย แต่ก็ไม่เคยได้รับการปรนนิบัติขนาดนี้มาก่อน“เจ้ามาถึงซะที ข้าใกล้จะเมาเต็มที