นางจะเข้านอนเลยไม่รับประทานอันใดอีก”เติ้งเฉินฟู่รู้สึกเสียดาย หากนางหิวสักนิดเขาก็อยากจะนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวรอบดึกกับนาง คงจะเป็นราตรีที่รื่นรมย์นัก!องครักษ์เติ้งเดินวนไปวนหน้าอยู่ในห้องโถง เขาอยากจะคุยกับนางเพื่อทำความรู้จักให้มากขึ้น วันนี้นอกจากจะเดินตามหลังขบวนเสด็จดูนางทำงานถวายตามที่ฮ่องเต้และฮองเฮาต้องการแล้ว เขามิได้แม้แต่เฉียดใกล้ ระหว่างเดินมายังเรือนรับรองแห่งนี้พยายามเบียดหู่ซิ่นสือออกแล้วแต่หัวหน้าหู่ช่างดื้อด้านนักบังคับให้เขาไปเดินด้านหลัง ‘ดีที่นางยังต้องอยู่ในวังหลวงอีกหลายวัน ข้ายังพอหาโอกาสคุยกับนางได้’ฮูหยินไร้รอยสวมเพียงชุดข้างในขึ้นนอนอย่างอ่อนระโหย นางเดินทางจากชิงหลิวมาปุ๊บก็เริ่มงานทันทีร่างกายแม้อ่อนเยาว์แต่ไม่ได้พักผ่อนดีๆ ติดกันหลายวันย่อมอ่อนเพลีย ความเป็นชาวยุทธ์ที่มีวิชากล้าแข็งทำให้นางระวังตัวมาตลอด ในวังหลวงแห่งนี้แม้มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดแต่ก็ประมาทมิได้‘หลังอาบน ้า เหตุใดจึงมีอาการง่วงมากกว่าปกติ?’ตอนที่ขันทีเอาน ้าร้อนมาเท พวกเขาใส่น ้าอบลงไปบอกว่าเป็นน ้าอบดอกไม้ทำให้คลายเครียดจะได้หลับสบายองครักษ์เติ้งเห็นว่าในห้องนอนนางดับเทียนไปแล้ว จึงได้ดับเทียนในห้องโถงมุมที่ตนนอน ทันทีที่ล้มตัวลงไม่นาน เขาสังเกตเห็นเงาวูบวาบผ่านไปหน้าห้องเรือนรับรองนี้มิได้มีผู้ดูแลอยู่มากนัก เหตุใดจึงมีคนเดินผ่านถี่เช่นนี้? เห็นท่าจะวางใจไม่ได้ ชายหนุ่มจึงย่องออกไป