นผู้ประสบภัยทำเอาจิตใจของฟ่านหลี่เจี๋ยแช่มชื่นขึ้นไม่น้อย“เจ้าดูสิ! ต้นไม้สองข้างทางเขียวชอุ่ม หากไม่เกิดภัยพิบัติในครั้งนี้ เมืองชิงหลิวนับว่าเป็นเมืองขนาดกลางที่น่ามาตั้งรกรากยิ่งนัก”“อืม…ตามที่ข้าอ่านข้อมูลของที่นี่ เมื่อสิบปีก่อนเคยเกิดน ้าท่วมใหญ่แต่ก็เป็นเพราะแม่น ้าเกิดการเอ่อล้นขึ้น คราวนี้มีทั้งน ้าป่าและโคลนถล่มน่าแปลกนักเห็นทีเราคงต้องขึ้นไปตรวจสอบบนภูเขาด้วยกันสักหน่อย”ท่านอ๋องเก้ามอบหมายให้เติ้งเฉินฟู่กับองครักษ์ฝีมือดีอีกสามคนติดตามฟ่านหลี่เจี๋ยออกมาด้วย จินวั่งซู่จึงสบายใจหากสหายต้องการขึ้นไปตรวจสภาพการณ์บนภูเขา ฟ่านหลี่เจี๋ยมิได้มีวิทยายุทธ์สูงนัก ส่วนตัวเขาก็แค่เพียงเอาตัวรอดได้ ดีหน่อยก็คือวิชาตัวเบา“เจ้าสงสัยสิ่งใด?”“ข้าคิดอยากหาสาเหตุที่ทำให้น ้าป่ากับโคลนไหลลงไปบ้าคลั่งเช่นนั้น เจ้าดูสิว่าเทือกเขาแถบนี้มีต้นไม้ใหญ่น้อยหนาแน่น ย่อมจะซึมซับน ้าได้ดีจนไม่ควรเกิดน ้าป่า ยิ่งสายน ้าโคลนพวกนั้นยิ่งไม่ควรเกิดด้วยซ ้า”จินวั่งซู่คิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “นั่นสิ! เราควรไปดูให้เห็นกับตา”“เข้าไปวนดูในหมู่บ้านผู้ประสบภัยสักรอบแล้วเราขึ้นเขากัน ยามนี้ยังเช้าอยู่แดดไม่ร้อนจะได้เดินดูได้ทั่วๆ”“ดี!”ฟ่านหลี่เจี๋ยสั่งให้ขบวนผู้ติดตามจอดรถม้าและผูกม้าไว้เพื่อเดินขึ้นเขา หัวหน้าหมู่บ้านหาพรานป่าชำนาญทางได้สองคน เส้นทางที่พวกเขาจะเดินขึ้นไปมีโคลนไหลราดจับตัวหนาบ้างบางบ้างทำให