้ม้าไม่สามารถขึ้นไปได้ อาศัยเพียงการเดินทางขึ้นไปเท่านั้นและหาไม่ชำนาญเส้นทางก็อาจจะต้องเสียเวลาทั้งอาจหลงป่าและไปติดอยู่ในแอ่งโคลนได้ใต้เท้าฟ่านกับคุณชายจินเดินตามหลังพรานป่าโดยมีเหล่าองครักษ์ตามประกบอยู่ข้างหลัง พวกเขาเดินขึ้นไปถึงหมู่บ้านชาวเขาที่เคยตั้งอยู่สูงสุด“ใต้เท้าท่านดูสิขอรับ! ขนาดหมู่บ้านนี้ยังถูกโคลนกลบเสียเละ” พวกเขากวาดตามองไปทั่วเห็นเพียงโคลนสีน ้าตาลที่มีเศษซากหลังคาบ้านเรือนโผล่พ้นขึ้นมามากบ้างน้อยบ้าง “ยามนี้ดินเริ่มแข็งขึ้นแล้วจึงพอจะเดินได้ขอรับ”ฟ่านหลี่เจี๋ยย ่าเท้าลงไปพบว่าหน้าโคลนด้านบนเมื่อเหยียบลงไปยุบลงเล็กน้อย มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากซุกอยู่ตามพื้นโคลนพวกนั้น “เหตุใดจึงมีต้นไม้ถูกโค่นมากนักเล่า?”“หลี่เจี๋ยเจ้าดูนี่! ท่อนไม้ใหญ่พวกนี้ล้วนเป็นไม้ล ้าค่าที่นิยมซื้อขาย” จินวั่งซู่ชี้ให้สหายดูท่อนไม้ใหญ่จำนวนมากที่โผล่พ้นดินโคลนขึ้นมา“พวกเจ้าช่วยพาข้าขึ้นไปบนยอดเขาเถิด ข้าอยากเห็นต้นเหตุที่แท้จริง”พรานเหล่านั้นหันไปสบตากันด้วยลำบากใจ พวกเขาไม่เคยขึ้นไปดูยอดเขาที่ผ่านมาแค่จะปีนมาเพื่อช่วยเหลือคนในหมู่บ้านนี้ได้ก็ยากเย็นมากแล้ว กว่าจะรอให้โคลนพวกนี้แห้งหน่อยจึงขึ้นมาตามหาผู้บาดเจ็บหลายคนจึงไม่อาจรอความช่วยเหลือถูกความตายพรากจากครอบครัวไป คนโชคร้ายที่จมอยู่ในโคลนพวกนั้นส่วนใหญ่เสียชีวิตไปหมด ผู้รอดล้วนโชคดีที่อาจจะเกาะกิ่งไม้ได้ทันสีหน้าของใต้เท้าฟ่านหลี่เจี๋ยแม้จะ