ิงติดตามจางอวิ๋นออกไป ผู้คนในลานกว้างก็แค่ชำเลืองมองแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าก้มตา ‘แบกอิฐ’ ต่ออย่างขะมักเขม้น
ในใจพวกเขาแทบจะจุดพลุฉลองที่ปุโรหิตสามกับฉิงเฟิงจากไป
เพราะนั่นหมายความว่าคู่แข่งตัวฉกาจในการแบกอิฐลดไปถึงสองคน!
ส่วนจางอวิ๋นจะพาคนทั้งสองไปที่ใด พวกเขาไม่มีเวลาไปใส่ใจหรอก นาทีนี้แต้มผลงานสำคัญที่สุด!
…
บนหลังพยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนที่กำลังเหาะเหินเดินอากาศ
“ข้ายังมีอีกเรื่องจะมอบหมายให้เจ้า!”
จางอวิ๋นหันไปมองปุโรหิตสาม พร้อมกับสะบัดมือเรียก ‘มรดกแก่นโลหิต’ ของเหล่าต้าอูจำนวนมากที่ได้มาจากแดนลับอาณาจักรเซียนไห่อูออกมา
ปุโรหิตสามจ้องมองขวดแก้วที่อัดแน่นไปด้วยแก่นโลหิตเหล่านั้นด้วยความตะลึงลาน อ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“เจ้าสำนัก นี่มัน…”
“ถูกต้อง นี่คือมรดกแก่นโลหิตของเหล่าต้าอูแห่งอาณาจักรเซียนของพวกเจ้า…”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงขรึม “ที่ข้าแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้อาวุโส ไม่ใช่เพราะเล็งเห็นพลังฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ข้าเล็งเห็นสายตาอันเฉียบแหลมในฐานะอดีตปุโรหิตสามแห่งอาณาจักรผู้บำเพ็ญอูของเจ้าต่างหาก!”
“เจ้าสำนัก ท่านหมายความว่า… อยากให้ข้าไปเฟ้นหาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมารับสืบทอดมรดกเหล่านี้?”