เสียงสบถด้วยความตกตะลึงดังลั่น กู่หงเหวินกระโจนตัวลอยขึ้นมากลางศาลาด้วยความตื่นเต้นระคนตื่นตระหนก
ทำเอาฝูงชนโดยรอบต่างเลิกคิ้วด้วยความฉงน สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่ากู่หงเหวินหาได้สนใจสายตาใครไม่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนต้องกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ก่อนจะหันขวับไปมองจางอวิ๋นแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น
“คุณ… คุณชาย ข้าเลือกได้ตามใจชอบชิ้นหนึ่งจริงหรือขอรับ?”
“แน่นอน!”
จางอวิ๋นพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มมุมปาก
กู่หงเหวินหายใจหอบถี่ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์
หลังจากใช้เวลาเลือกเฟ้นของในศาลาอยู่นานกว่าครึ่งก้านธูป ในที่สุดเขาก็คว้าสมบัติชิ้นหนึ่งมากอดแนบอกไว้แน่น ท่าทางลับๆ ล่อๆ ระแวดระวังภัยราวกับกลัวใครจะพุ่งเข้ามาแย่งชิงไปเสียเดี๋ยวนั้น
จางอวิ๋นเห็นท่าทางนั้นแล้วก็ได้แต่กรอกตามองบน เอ่ยเสียงเรียบว่า “ไม่ต้องกอดไว้แน่นขนาดนั้นหรอกน่า ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก เอาออกมาโชว์ให้ทุกคนดูหน่อย!”
เมื่อได้ยินคำสั่ง กู่หงเหวินจึงยอมคลายอ้อมกอด นำสมบัติล้ำค่าออกมาแสดงท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของทุกคน
มันคือ ตะขอเศียรพยัคฆ์ เล่มหนึ่งที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจางๆ
“ศาสตราวิญญาณ?”
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ซ่านออกมา