ดีเช้าวันต่อมา หู่ซิ่นสือนำรถม้าคันเล็กมารับนางไปเข้าเฝ้า บุคลิกอันงามสง่าของท่านอ๋องเก้าและพระชายาทำให้นางประหม่าไม่น้อย แม้จะเคยเห็นสองพระองค์ในศาลเมืองชิงหลิวมาแล้ว แต่ครั้งนี้นางจะต้องมานั่งเผชิญหน้าเพียงลำพัง มือและเท้าของเซี่ยเม่ยจึงเย็นขึ้น หู่ซิ่นสือเห็นนางประหม่านักจึงขยับไปยืนใกล้ๆ“เจ้านี่เองเซี่ยเม่ย น้องสาวของมือปราบเซี่ย”สายตาของท่านอ๋องเก้ากับพราชายหันไปสบกันเล็กน้อย เซี่ยเม่ยคล้ายจะเห็นแววขบขันฉายมาแวบหนึ่ง“เพคะ”“เจ้าแฝงกายเป็นนางคณิกามานานแล้วหรือ?”พราชายาผู้มีรูปโฉมงดงามยิ่งเอ่ยถาม เซี่ยเม่ยเงยหน้าตอบด้วยความนอบน้อม“นับตั้งแต่พี่ชายของหม่อมฉันเข้ามาเป็นมือปราบก็วางแผนให้หม่อมฉันมาอยู่ที่หอซิงเยว่โดยอ้างว่าจะเลี้ยงดูหม่อมฉันเป็นการส่วนตัวเพคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ยังมิเคยร่วมหอกับชายใดมาก่อนใช่หรือไม่?” พราชายาหานซู่ลี่ตรัสถามในสิ่งที่หู่ซิ่นสือต้องการความชัดเจน“เพคะ หม่อมฉันขายเพียงฝีมือการเล่นดนตรีเท่านั้น” นางก้มหน้า ใบหน้า แดงก ่าเมื่อถูกถามคำถามนี้ต่อหน้าชายหนุ่มที่พึงใจก็เหมือนเป็นการรับรองว่าตนเองยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง“คำตอบนี้ของเจ้าหากโป้ปดเปิ่นกงแม้สักน้อย มีโทษเท่าหลอกลวงเบื้องสูง ถูกสั่งประหารได้ทันที เจ้ากล้ารับประกันหรือไม่?”เซี่ยเม่ยเงยหน้าขึ้นตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ“หม่อมฉันยืนยันเพคะ หม่อมฉันมิเคยขายตัว หม่อมฉันมาอยู่หอซิงเยว่ในฐานะสายสืบของพี่ชายเท่านั้นเพราะเ