ขยของเจ้าเมืองหยางยกมือขึ้นห้ามใต้เท้าหู่มิให้กล่าวสิ่งใดก่อนจะเดินไปเปิดประตูดูว่าหน้าห้องของเขามิมีบ่าวหรือสาวใช้เฝ้าอยู่ “เอาล่ะ! ท่านพูดได้แล้ว”เซี่ยอวี่ซีโคลงศีรษะ หลักฐานเขาก็ให้ไปหมดแล้วซ ้ายังอธิบายทุกเรื่องราวอย่างละเอียดยังมีเรื่องใดต้องพูดคุยเร่งด่วนเช่นนี้ “มิใช่ข้าบอกท่านไปหมดแล้วหรือ?”“มิใช่เรื่องงาน”“เช่นนั้นเรื่องใดหรือ?”“สวีเม่ย!”“หือ! น้องสาวข้าทำไมหรือ?”“ข้าต้องแต่งงานกับน้องสาวเจ้า!” น ้าเสียงและใบหน้าของหู่ซิ่นสือหนักแน่นจนเซี่ยอวี่ซีผงะ“เพราะเหตุใด?”“ข้าต้องรับผิดชอบนาง” หู่ซิ่นสือเล่าเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นในหอพักหอซิงเยว่ให้เซี่ยอวี่ซีฟัง มือปราบหนุ่มกำกระบี่ที่เพิ่งเช็ดใหม่แน่น แม้จะเกรงใจที่อีกฝ่ายเป็นถึงองครักษ์ในวังหลวงแต่เรื่องของน้องสาวสุดที่รักของเขาก็สำคัญดุจชีวิต หู่ซิ่นสือตาไวมองเห็นอีกฝ่ายโทสะพุ่งสูงก็รีบดักคอ “ข้ายินดีตบแต่งนางเป็นฮูหยินเอก และสัญญาว่าจะดูแลนางอย่างดีไปชั่วชีวิต”คำพูดหนักแน่นของคนตรงหน้าทำให้ความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านของเซี่ยอวี่ซีลดลงไปกว่าครึ่ง “เจ้าคงมิอยากให้นางอยู่หอคณิกาไปชั่วชีวิตหรือถูกขุนนางสักคนรับไปเลี้ยงดูในฐานะอนุหรอกกระมัง?”“ข้าไม่ยินยอมอยู่แล้ว” น ้าเสียงของมือปราบหนุ่มยังดูขุ่นข้อง “แต่เม่ยเอ๋อร์มิได้อยากตบแต่งกับขุนนางใหญ่เช่นท่าน นางเพียงอยากไปอยู่ชนบทกับท่านพ่อท่านแม่”หู่ซิ่นสือระบายลมหายใจเบาๆ นี่เขาต้องออก