ันตราย”เจ้าเมืองหยางหันไปมองบุตรี “ก็ได้! ส่งคนอื่นไปแทนก็แล้วกัน แล้วตัวเจ้าเองก็จัดการเรื่องอาหารที่หมู่บ้านผู้ประสบภัยให้เรียบร้อยอย่าให้มีปัญหาอีก”เสี่ยวเชี่ยนนำชากลิ่นหอมกรุ่นพร้อมด้วยจานขนมเข้ามาพอดี เผิงฮูหยินจึงทำเสียงเอะอะกลบเกลื่อนโดยชี้ชวนให้เจ้าเมืองหยางชิมน ้าชาเสีย ขณะนั้นก็ลอบสังเกตกริยาอาการของหยางเยียน นางผู้นั้นสายตาขุ่นขวางที่โดนตำหนิเมื่อเช้านางส่งคนไปแจกข้าวต้มตามปกติแต่มิได้ตามไปดูด้วยตนเอง เรื่องที่คาดเอาไว้ผิดไปหมด! เมื่อเหลือบเห็นเผิงฮูหยินเดินออกมาจากห้องโถงนางจึงเร่งฝีเท้าตามไป“ท่านแม่ใหญ่ เหตุใดยาที่ท่านให้ข้าครานี้ถึงอ่อนนัก? ไหนท่านว่าอย่างน้อยพวกที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็น่าจะตายสักครึ่งไงเล่า?”เผิงฮูหยินสะดุ้ง หันมามองหยางเยียนด้วยความแปลกใจ “เจ้าเอาไปทำเช่นใดล่ะ?”“ข้าก็ทำแบบที่ท่านสั่งใส่ลงไปในหม้อข้าวต้มหม้อสุดท้ายจะหมดห่อ”“เจ้าลงมือเองหรือไม่?”“ข้าให้เสี่ยวซวงเป็นคนจัดการเจ้าค่ะ” นางหันหน้าไปหาสาวใช้คนสนิทที่เดินตามหลัง เสี่ยวซวงพยักหน้าถี่ๆ“ข้าใส่ไปจนหมดตามที่คุณหนูสั่งเลยนะเจ้าคะ”“อืม….” เผิงฮูหยินนิ่งไปครู่หนึ่ง “คราวก่อนเจ้าทำเช่นนี้หรือไม่?”“ทุกครั้งที่ท่านให้ยามาข้าก็ใส่หมดเพียงแต่เลือกแต่ใส่เป็นบางถ้วย อย่างน้อยก็ยังมีคนตาย แต่คราวนี้พอเปลี่ยนเป็นใส่ทั้งหม้อกลายเป็นชาวบ้านล้มป่วยกันหมดจนท่านพ่อตำหนิข้า”“เจ้าจะติว่าเป็นความผิดข้าหรือ?” สีหน้