าของเผิงฮูหยินหงุดหงิด“มิได้ๆ ข้าแค่อยากให้แม่ใหญ่ช่วยข้าจัดการเรื่องนี้”“จัดการอย่างไร?”“หายาที่แรงสักหน่อย ไหนๆ พวกมันก็ปวดท้องแล้ว พวกที่ปวดหนักก็ทำให้ตายๆ ไปซะจะได้หมดภาระการรักษา” สีหน้าของหยางเยียนขณะที่เอ่ยคำพูดนี้ช่างราบเรียบราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ เผิงฮูหยินมองสตรีตรงหน้าด้วยความชิงชัง วูบหนึ่ง“อ้อ! ได้สิ พรุ่งนี้ยาที่เจ้าต้องการข้าได้มาแน่”“ขอบคุณท่านแม่ใหญ่”“จริงสิ! บัญชีเสบียงหลวงอวี่ซีเป็นคนดูแลใช่หรือไม่?”“ข้าต่างหากที่เป็นคนทำบัญชีและควบคุมเสบียงทั้งหมด ท่านพ่อน่ะหรือ? จะยอมปล่อยให้พี่อวี่ซีมามีส่วนด้วย แค่ยืมชื่อเขาเท่านั้นเอง”“อืม….”“ข้าขอดูด้วยได้หรือไม่?”สีหน้าของหยางเยียนคล้ายหวาดระแวง ‘หรือว่าแม่ใหญ่คิดอยากจะได้ส่วนแบ่งกับข้า’“แม่ใหญ่ ส่วนค่ายาข้าก็จ่ายท่านไปมิใช่น้อยเสบียงพวกนี้ท่านอย่ามารู้เห็นกับข้ามิได้หรือเจ้าคะ?”สายตาของเผิงฮูหยินตึงขึ้น “เจ้ากลัวข้าขอส่วนแบ่งหรือไร?”“เยียนเอ๋อร์มิกล้า!”“พาข้าไปดูประเดี๋ยวนี้!” เมื่อเห็นหยางเยียนดูยังมีความเกรงใจเผิงฮูหยิน หงซือซือจึงออกปากสั่งเพื่อจะดูว่านางกล้าปฏิเสธหรือไม่?“เจ้าค่ะ” สีหน้าของหยางเยียนดูอึดอัดอย่างยิ่งนางหมุนตัวเดินนำแม่ใหญ่ไปยังห้องส่วนตัว เมื่อหยิบบัญชียื่นให้แม่ใหญ่ดู เผิงฮูหยินเปิดอ่านเงียบๆ อยู่นานจน หยางเยียนแทบจะทนไม่ได้ “ท่านแม่ใหญ่ปกติท่านก็มิเคยสนใจเรื่องบัญชีสักครั้ง เหตุใดคราวนี้จึงอยากเห