็นบัญชีเสบียงกับข้า?”เผิงฮูหยินเลิ่กลั่กเล็กน้อย “เจ้ามิได้ยินหรือ? ท่านพ่อบอกว่าจะมีขุนนางมาจากเมืองหลวงเพื่อตรวจสอบข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้นเกรงจะทำบัญชีไม่รอบคอบ”“ขอบคุณแม่ใหญ่ที่เมตตา”“บัญชีเสบียงนี้ทำรายได้ให้เจ้ามิใช่น้อยสินะ” พอเผิงฮูหยินทักเช่นนั้น หยางเยียนก็รีบซ่อนข้อมือของนางทันที “มือเจ้าเป็นอันใดไป?” ไม่ปล่อยให้นางปฏิเสธ หงซือซือคว้าข้อมือของนางขึ้นมาดู “กำไลวงนี้ราคามิใช่น้อยนี่? เห็นท่าเจ้าคงได้มาใหม่สินะ”หยางเยียนหน้าเจื่อนเล็กน้อย “มิน่า! เจ้าไม่อยากให้ข้าเห็นบัญชีนี้นัก เอาเถิด! ข้าดูแล้วเห็นทีจะต้องออกไปตลาดเสียหน่อย ปล่อยให้พ่อครัวไปสั่งของเองมานานแล้วต้องออกไปสำรวจราคาเองเสียบ้าง”“เจ้าค่ะ” หยางเยียนรับคำแบบงงๆ เผิงฮูหยินเคยสนใจเรื่องในครัวเมื่อใดกัน ตั้งแต่เล็กจนโตนางก็เพียงสนใจเรื่องสะสมเครื่องประดับกับแต่งตัวออกไปอวดพวก ฮูหยินขุนนางด้วยกันเท่านั้น หยางเยียนมองตามภรรยาเอกของท่านพ่ออย่างแปลกใจ“เสี่ยวซวง เจ้าว่าวันนี้ท่านแม่ใหญ่ดูแปลกไปหรือไม่?”“คุณหนู ฮูหยินใหญ่เห็นบัญชีของท่านนี้ มิใช่ว่านางคิดจะขอค่ายาเพิ่มอีกนะเจ้าคะ?”หยางเยียนหน้าตึงขึ้นมาโดยฉับพลัน “นี่นางยังคิดจะขูดรีดข้าอีกหรือ? ยาแต่ละห่อที่นางหามาราคาสูงแล้ว ข้าเสี่ยงวางยาชาวบ้านไปไม่น้อย แต่นางกลับรอเก็บเงินสบายใจ เจ้าว่าข้าเสียเปรียบนางเพียงใด?”