“ท่านเป็นคนรู้จักของเม่ยเอ๋อร์ดอกหรือ? เชิญเข้ามาในเรือนก่อนเถิด”ชุนเหรินเห็นท่าทีของน้องสามีดูไว้ใจบุรุษตรงหน้าจึงเอ่ยปากเชื้อเชิญ นางเห็นสายตาของคุณชายหู่ผู้นี้แล้วเดาได้ไม่ยากว่าเขาชอบสวีเม่ยเข้าแล้ว ข้างฝ่ายน้องสามีคนงามก็มิได้รังเกียจชายผู้นี้แต่อย่างใด รูปร่างหน้าตาและการแต่งกายก็ดูภูมิฐานชุนเหรินเห็นเขาก็รู้สึกถูกชะตา“ขอบคุณแม่นาง คงจะมิรบกวนไปกระมัง?”“มิได้ๆ ท่านอุตส่าห์ติดตามเม่ยเอ๋อร์มาถึงขนาดนี้นับว่าท่านมีใจเป็นห่วงนางยิ่งนัก ระยะทางจากเมืองหลวงมาถึงหมู่บ้านนี้ก็มิใช่ใกล้” ชุนเหรินเกรงว่าสวีเม่ยจะตัดรอนไมตรีของคุณชายหู่จึงตั้งใจจะเอ่ยเตือนน้องสามี “ข้าชื่อชุนเหริน และนี่ลูกชายของข้า เสี่ยวหลง”“ข้าชื่อหู่ซิ่นสือ เดินทางมาจากเมืองหลวงติดตามเถ้าแก่หลงมาค้าขายผ้า”“คุณชายหู่ อย่าได้เกรงใจ ท่านนั่งดื่มน ้าชาคุยกับเม่ยเอ๋อร์ไปก่อนเถิด ข้ากับชุนหลันจะเข้าครัวทำอาหารอร่อยมาให้กินกัน”ฟั่นชุนหลันช่างรู้ความ เมื่อได้ยินเจ้าของบ้านกล่าวเช่นนั้นก็รีบเข้าไปจูงมือเสี่ยวหลงเดินตามชุนเหรินเข้าไปในครัว “เสี่ยวหลงไปกินขนมกับข้าในครัวดีกว่านะ ยังมีอีกตั้งเยอะแน่ะ”สวีเม่ยจนใจจึงเชิญเขานั่ง หู่ซิ่นสือแสร้งทำหน้าหนาหย่อนก้นลงใกล้นาง “จู่ๆ เจ้าก็ออกนอกเมืองข้าแปลกใจนัก มิคาดว่าเจ้าจะมีญาติอยู่หมู่บ้านนี้ด้วย”“นางคือพี่สะใภ้ของข้า เสี่ยวหลงเป็นหลานชายเพียงคนเดียว”“เจ้ามาเยี่ยมนางที่นี่บ่อยหรือ?”