“ถ้าข้าว่างข้าก็มา”หู่ซิ่นสือแสร้งถามเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้เพื่อมิให้สวีเม่ยรู้ว่าเขารู้เรื่องของนางแล้ว ถ่วงเวลาจนกระทั่งชุนเหรินทำอาหารเสร็จ นึ่งไก่ร้อนๆ ปลาทอด และผัดผักก็ถูกนำมาขึ้นโต๊ะ “กลิ่นอาหารของแม่นางชุนช่างยั่วยวนใจนัก” ฟั่นชุนหลันทำหน้าที่จัดถ้วยและตะเกียบให้ทุกคน“เจ้าเอาอาหารไปให้ท่านลุงเหลิ่งที่เรือนเล็กด้วย”“เจ้าค่ะ” ฟั่นชุนหลันกระวีกระวาดไปยกถาดอาหารที่เตรียมไว้ไปส่งคนขับรถม้าที่เรือนเล็กด้านหลัง“คุณชายหู่เชิญท่านลงมือได้เจ้าค่ะ” ชุนเหรินได้ยินจากฟั่นชุนหลันที่ปูดเรื่องคุณชายหู่จ่ายเงินครั้งละยี่สิบตำลึงเพียงเพื่อมานั่งสนทนาและฟังสวีเม่ยบรรเลงผีผาก็รู้สึกประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขายิ่งนัก นับว่าสวีเม่ยยังมีวาสนาได้พบบุรุษที่จริงใจหู่ซิ่นสือคีบเนื้อปลายื่นวางบนถ้วยข้าวของสวีเม่ย“เจ้ากินให้มากเถิด พรุ่งนี้จะได้มีแรงกลับเมืองหลวง”ไม่รอให้นางเอ่ยตอบเขาก็หันไปทางชุนเหริน “จริงสิ!แม่นางชุน ข้าได้ยินว่าคนขับรถม้าพักอยู่เรือนด้านหลังข้าพอจะรบกวนพักกับร่วมห้องกับเขาสักคืนได้หรือไม่?พรุ่งนี้จะได้ช่วยคุ้มครองเม่ยเอ๋อร์กลับหอซิงเยว่”สวีเม่ยได้ยินคำเรียกขานของเขาก็แทบจะสำลักข้าวออกมา หู่ซิ่นสือเห็นนางทำเสียงอึกอักในลำคอก็รีบยื่นมือไปลูบหลังนาง “เม่ยเอ๋อร์เจ้าค่อยๆ กินเถิด”“มิเป็นไรคุณชายหู่ เรือนเล็กข้ายังมีอีกห้องหนึ่งอาจจะไม่ใหญ่โตนักแต่ก็สะอาดสะอ้านพอให้คุณชายค้างแรมได้