าหารและทำความสะอาดถ้วยจาน ปล่อยให้สองหนุ่มสาวเดินชมจันทร์อยู่ลานหน้าบ้าน“เจ้าออกมานอกเมืองเช่นนี้ หากมีผู้คิดทำร้ายติดตามมาย่อมอันตรายนัก”“ข้ามิได้เพิ่งโดนลอบทำร้ายเป็นครั้งแรกเสียหน่อย พี่เหรินก็เคยเจอ”“หือ! เพราะเหตุใดเล่า?”สวีเม่ยเพิ่งรู้ตัวว่าตนพลั้งปากพูดสิ่งที่จะทำให้คนผู้นี้เกิดความสงสัย ความลับที่เก็บไว้มานานหากถูกเปิดเผย ความปลอดภัยของคนในครอบครัวของนางย่อมมีช่องโหว่”“ท่านอย่ารู้เลยดีกว่า” นางตัดบทเตรียมจะหันหลังกลับเข้าเรือน“หากข้าบอกเจ้าว่าข้าสามารถคุ้มครองให้พวกเจ้ารอดพ้นจากอิทธิพลของเจ้าเมืองหยางได้ เจ้ายังจะไว้ใจข้าอยู่หรือไม่?”“หรือว่าท่าน?”“บอกเจ้าตามตรง ข้าเป็นขุนนางจากราชสำนักเดินทางมาเพื่อสืบราชการลับในเมืองชิงหลิว หากบอกเช่นนี้เจ้ายังจะไว้ใจข้าหรือไม่?” ชายหนุ่มล้วงเอาตราประจำตัวขุนนางออกมาให้นางดู สวีเม่ยเห็นตราวังหลวงก็ตกตะลึงไปครู่ “ข้ายอมบอกความลับของข้าแล้ว เม่ยเอ๋อร์แล้วความลับของเจ้าเล่า? จะไม่ยอมให้ข้ารู้เลยหรือ?”นางสบตาเขา ยับยั้งชั่งใจอยู่พักหนึ่ง “ได้! ข้าจะให้ท่านช่วย” นางจึงเล่าเรื่องที่นางกับเซี่ยอวี่ซีสองพี่น้องเข้ามาในเมืองชิงหลิวเพื่อหวังจะแก้แค้นครอบครัวของเจ้าเมืองหยางที่เคยกลั่นแกล้งท่านพ่อของนางที่เป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยจนถูกเนรเทศ เซี่ยอวี่ซีมีวิทยายุทธ์ยอดเยี่ยมจึงสมัครเป็นมือปราบ ด้วยรูปร่างหน้าตาหมดจดทำให้เป็นที่ถูกใจสตรีในเมืองชิงหลิ