“แค่กๆ” หู่ซิ่นสือถึงกับสำลักเมื่อได้ยินคำว่า‘รับแขก’ เห็นทีนางคงคิดว่าเขาอยากจะร่วมเตียงกับนาง ใบหน้าขององครักษ์หนุ่มแดงขึ้นเพราะความโกรธหรืออายก็ไม่แน่ชัด เขารู้เพียงว่าสตรีที่นั่งอยู่ต่อหน้าผู้นี้น่าจะเป็นสตรีร้ายกาจพอตัว“ขออภัยที่ข้าจะต้องพูดอย่างเปิดเผยกับท่านทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านเข้าใจข้าอย่างถูกต้อง ข้าทำได้เพียงสนทนาเป็นเพื่อน เล่นดนตรี เดินหมาก หรือเขียนอักษรเท่านั้น” นางย ้าคำว่า ‘ถูกต้อง’หนักแน่นจนเขาสะดุ้ง‘นางเป็นสตรีเช่นใดกันที่กล้าย ้าต่อหน้าข้าว่านางมีบุรุษเลี้ยงดูอย่างลับๆ แล้ว ยางอายของนางไม่มีหรืออย่างไร? หรือนางอยากจะอวดอ้างว่าเซี่ยอวีซีมือปราบหัวเมืองผู้นั้นน่าเกรงขามนัก’ใบหน้างดงามสงบนิ่งของนางดูมิคล้ายจะทำเพื่อยกราคาตนเองหากแต่ความภาคภูมิใจถูกส่งออกมาจากประกายตาคมกล้า ทำให้หู่ซิ่นสืออดจะหมั่นไส้มิได้นางดูเป็นสตรีที่ถือดีนัก เขานึกอยากจะเห็นใต้เท้าเซี่ยผู้นี้เสียแล้ว“ข้ารู้แล้ว” ใบหน้าของเขาบึ้งตึง ดวงตาขุ่นมัว“ขอบพระคุณคุณชายที่เข้าใจความคับข้องของข้า” นางก้มนางลอบยิ้มน้อยๆ หู่ซิ่นสือสังเกตเห็นพอดีเขาเห็นว่านางช่างน่าสนใจยิ่ง ‘สตรีที่นี้ต้องจับผิดให้ได้ เห็นทีเรื่องประวัติของนางก็อาจจะเป็นแค่เรื่องโกหก’ หู่ซิ่นสือลากลับเมื่อเริ่มดึกแล้วเข้าไปกราบทูลให้อ่องเต้ได้ทรงทราบ“ประเดี๋ยวข้าจะส่งแมวดำไปสืบนาง เซี่ยอวี่ซีผู้นี้น่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขเรื่องราวในเมืองนี