ุณชายไม่เชื่อข้าหรือ?”“ข้าไม่เชื่ออันใด?”“ก็เรื่องที่สวีเม่ยผู้นี้ถูกใต้เท้าเซี่ยผู้นั้นเลี้ยงดูน่ะสิ”“เจ้าอยู่ที่นี่ มิใช่ข้า? ในเมื่อเจ้ายืนยันเช่นนั้นข้าก็ต้องเชื่อเจ้าน่ะสิ”หนิงเอ๋อร์หันไปมองใบหน้าของหัวหน้าสวีและจอมยุทธ์หงเปรียบเทียบกันก่อนจะตัดสินใจขยับเข้าไปหาหงซือซือ “นี่เจ้าไปนั่งด้านโน้นแทนข้าที ข้าจะเล่าเรื่องเด็ดๆ ให้คุณชายน้อยฟังเสียหน่อย” นางกระแซะจนนางคณิกาข้างหงซือซือยอมล่าถอยขยับออกแล้วหันไปนั่งข้างพี่สามแทน “ข้าเห็นยามที่ใต้เท้าเซี่ยมาหานางพวกเขาไม่เคยค้างคืนด้วยกันสักครั้ง แค่เงียบหายเข้าไปในห้องสองต่อสองสักหนึ่งชั่วยามแล้วใต้เท้าเซี่ยก็กลับไป เช่นนี้ท่านยังคิดว่านางมีเสน่ห์อีกหรือ?”“อืม….หากบุรุษมาเพียงแค่นั้นแต่ยังจ่ายค่าเลี้ยงดูนางทั้งเดือนเช่นนี้ย่อมมิใช่ธรรมดา”“ท่านยังไม่รู้อีกเรื่อง ใต้เท้าเซี่ยจะมาหานางเพียงเจ็ดวันครั้งเท่านั้น”“แล้ววันที่เหลือเล่า?”“นางก็ทำเพียงมาเล่นผีผาหรือไม่ก็กู่เจิงจากนั้นก็กลับไปอยู่ที่ห้องน่ะสิ”“แสดงว่าสวีเม่ยผู้นี้มิค่อยสุงสิงกับผู้ใดหรือ?”“ใช่! แต่ข้าเห็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งมักมาหานางในตอนต้นเดือน และนางก็เอาเงินให้คนผู้นั้นไปเยอะเสียด้วย ไม่แน่นะบางทีอาจจะทำเช่นนี้เพื่อเลี้ยงลูกและสามีที่อยู่บ้านนอกก็ได้” หนิงเอ๋อร์ยิ้มเยาะเพราะคิดว่าตนรู้ความลับของสวีเม่ยและเรื่องนี้หากพูดให้ใต้เท้าเซี่ยทราบ สวีเม่ยก็อาจจะมิได้ถูกเลี้ยงดูอีกต