่อไป แต่เพราะเกรงโทสะของใต้เท้าเซี่ยที่เป็นคนอารมณ์ร้ายหากฝ่ายนั้นคิดปกป้องสวีเม่ยขึ้นมา นางอาจจะเป็นคนซวยก็ได้ หนิงเอ๋อร์จึงยังไม่กล้าบอกด้วยตนเองได้แต่ปล่อยข่าวลือด้วยการเล่าให้คนภายนอกฟังเพื่อให้เรื่องไปถึงหูใต้เท้าเซี่ยพี่ใหญ่ตระกูลหลงนั่งจิบสุรารสเลิศที่เสี่ยวเอ้อเอามาส่งที่โต๊ะพร้อมกับแกล้มสองสามอย่างพลางมองดูคุณชายน้อยที่นั่งฟังเรื่องราวของสวีเม่ยอย่างออกรส“นี่เจ้ามัวแต่ฟังเรื่องสาวงามจนไม่สนใจดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าเลย”“ท่านก็ดื่มไปสิพี่ใหญ่ อย่าเพิ่งขัดคอข้า”“แต่ข้ามาที่นี่เพื่อเลี้ยงสุราเจ้านะ”“ท่านอย่าบ่นนักเลย มา..ข้าจะดื่มเอง” น ้าเสียงโมโหนิดๆ ของภรรยาทำเอา หมิงเฟยหลงอารมณ์ดีเขาชอบยามที่นางแสดงความหงุดหงิดเล็กๆ ดวงตาของนางจะทอแววดุเล็กน้อย“เจ้าดื่มสักสามสี่จอกหน่อยเล่า อย่ามัวแต่กินแรงข้า ดูสิข้าดื่มไปหมดกาแล้ว”“ท่านชอบดื่มก็ดื่มไปสิ ไหนว่าชอบฟังเพลงของสวีเม่ยอย่างไรเล่า? เพลงนี้ใกล้จะจบแล้ว ท่านจ้างนางร้องอีกสักเพลงสิ”“ได้! ข้ายินดีจ่ายเพื่อน้องชายของข้า” หญิงคณิกาทั้งสี่ที่นั่งแนบชิดอยู่กับคุณชายทั้งสองรีบรินสุราเอาใจ“พวกท่านสองพี่น้องร ่ารวยเสียจริง ทั้งสั่งสุราอันดับหนึ่งของหอเรา ทั้งจ้าง สวีเม่ยร้องเพลงต่ออีก”“พวกเจ้ารู้ไว้เถิดว่าพี่ใหญ่ของข้าเป็นคหบดีอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงเลยเทียว เอาใจพี่ของข้าไว้เถิด ก่อนจะกลับเขาอาจจะแจกตำลึงทองพวกเจ้าก็ได้”“จริงหรือเจ้าคะ?”“เ