ห็นข้าเป็นคนคุยโวโอ้อวดหรือไรกัน?” จอมยุทธ์หงยกสุราขึ้นกระดกอีกจอก นางคิดจะสอบถามเรื่องของเจ้าเมืองชิงหลิวเสียหน่อย “ว่าแต่หนิงเอ๋อร์หากข้าคิดจะแย่งชิงสวีเม่ยกับใต้เท้าเซี่ยคนนั้น เจ้าว่าข้าพอจะสู้เขาไหวหรือไม่?”“หา! คุณชายน้อย ท่านชอบนางจริงๆ หรือ?”“ข้าแค่อยากรู้เฉยๆ ยังไม่รู้จักนางดีพอเลย ไม่รู้ว่านางมีความรู้อย่างอื่นบ้างหรือไม่?”“สวีเม่ยน่ะหรือ? ที่นางทำตัวเย่อหยิ่งเช่นนี้ก็เพราะนางอ่านเขียนหนังสือได้ ซ ้ายังเล่นดนตรีและขับร้องได้ไพเราะ งานปักเย็บนางก็เก่งนัก เลยทำให้หนิงเอ๋อร์ริษยานางอย่างไรเล่า?” หญิงที่นั่งอยู่อีกข้างของหงซือซืออดรนทนไม่ได้ เมื่อเห็นหนิงเอ๋อร์เอาแต่กล่าวเชิงเหยียดหยามสวีเม่ย ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายมิเคยทำสิ่งใดให้“หึ! เพราะนางทำได้ทุกอย่างเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่นี่สิ นางจึงไม่เคยเห็นหัวพวกเรา มีแต่คนโง่อย่างเจ้าที่เอาแต่ชื่นชมนาง”“นางเก่งถึงเพียงนั้นเทียว?”“ใช่เจ้าค่ะ” ฝ่ายค้านหนิงเอ๋อร์รีบกอดแขนจอมยุทธ์หงและกราชากให้หันไปฟังนางแทน “สวีเม่ยเคยปักถุงหอมให้ข้าด้วย” นางควักถุงหอมที่เก็บไว้ออกมาจากสาบเสื้อ“ฝีมือนางดีเสียด้วย” หงซือซือเห็นลวดลายหลากสีบนห่อถุงหอมแล้วยอมรับออกมาอย่างจริงใจ“เห็นทีข้าคงต้องขอให้นางทำให้สักอันเสียแล้ว”“คุณชายน้อย ท่านติดใจนางจริงๆ ด้วย แต่คงยากจะแย่งชิงหน่อยนะเพราะใต้เท้าเซี่ยผู้นั้นเป็นหัวหน้ามือปราบที่ชิงหลิว ไม่ว่าผู้ใดล้วนเกรงใจเขาทั้งสิ้