าว่าแต่พันเท่าเลย… ในชีวิตนี้ แค่ค่ายกลร้อยเท่าพวกเขายังไม่เคยมีบุญตาได้เห็นด้วยซ้ำ!
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันที่เสียงอุทานจะจางหาย เสียงแหวกอากาศหวีดหวิวก็ดังขึ้นทันควัน
เห็นเพียงเงาร่างของหลิวชางพุ่งทะยานออกไปราวกับอสนีบาตฟาดฟัน ทิ้งภาพติดตาไว้เป็นสาย ตรงดิ่งไปยังเจดีย์ยอดหนึ่งด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ
ทุกคนได้สติคืนมาในพริบตา
ตูม! ตูม! ตูม!
คลื่นพลังวิญญาณระเบิดออกเป็นระลอก ต่างพากันพุ่งตัวออกไปทันที บ้างขี่กระบี่เหาะเหิน บ้างระเบิดพลังวิญญาณเร่งความเร็ว แย่งชิงกันพุ่งทะยานไปยังเจดีย์ที่เหลืออยู่เพียงยอดเดียวอย่างบ้าคลั่ง
หลิวชางเป็นถึงระดับแปลงเทพ พวกเขารู้ดีว่าต่อให้ติดปีกก็แย่งไม่ทันแน่ แต่เจดีย์ที่เหลืออีกยอด… มันต้องเป็นของข้า!
“เฮ้ย! มีคนอยู่แล้ว?”
“บัดซบ! มันขึ้นไปตอนไหนวะ!?”
……
เพิ่งจะพุ่งตัวออกไปได้ไม่กี่ก้าว พวกเขาก็ต้องเบรกตัวโก่งจนหน้าคะมำ เมื่อพบว่าเจดีย์ยอดสุดท้ายที่เล็งไว้… มีเงาร่างหนึ่งยืนกอดอกยิ้มแฉ่งอยู่บนนั้นก่อนแล้ว
ไม่ใช่ใครที่ไหน... ‘ฉิงเฟิง’ นั่นเอง!
ฉิงเฟิงกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังทำหน้าเหวอรับประทาน มุมปากยกยิ้มอย่างผู้ชนะ
ตั้งแต่ตอนที่ชีพจรวิญญาณเริ่มก่อตัวขึ้นเ