มองดูเงาร่างของผู้คนที่แก่งแย่งชิงดีพุ่งทะยานออกไป จางอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
อยากจะให้ม้าวิ่ง ก็ต้องให้หญ้ากิน… หากอยากให้คนพวกนี้มีแรงจูงใจในการทำงานถวายหัว ไม่มีอะไรจะได้ผลดีไปกว่าการใช้ ‘อิสรภาพ’ จากการปลด ‘เคล็ดสะกดใจ’ มาเป็นเหยื่อล่ออีกแล้ว
แม้เขาจะกุมชะตาชีวิตของคนเหล่านี้ไว้ในกำมือ แต่เขารู้ดีว่าการบังคับขู่เข็ญด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียว อย่างมากก็ทำได้แค่ให้พวกเขายอมทำตามคำสั่งแบบขอไปที ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
แต่ถ้าอยากได้ความกระตือรือร้นและความทุ่มเท… มันต้องมีแรงจูงใจที่หอมหวานมากพอ!
ถ้าพวกเขาสามารถทำตามเงื่อนไขได้จริง การปลดเคล็ดสะกดใจให้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
เพราะกว่าจะถึงอีกสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า ด้วยอัตราการเติบโตของเขา เขาคาดว่าคงไม่ต้องพึ่งพาคนพวกนี้แล้ว
และที่สำคัญที่สุด… เขามั่นใจอย่างยิ่งว่า หากทำตามเงื่อนไขได้จริงและได้เห็นความยิ่งใหญ่ของสำนัก ถึงตอนนั้นต่อให้ไล่ตะเพิด คนพวกนี้ก็คงไม่อยากจะก้าวเท้าออกจาก ‘สำนักเซียนอันดับหนึ่ง’ แม้แต่ครึ่งก้าว!
ฟู่ว!
จางอวิ๋นผ่อนลมหายใจเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบเกาะร้างที่ว่างเปล่า ก่อนจะเลือกมุมกำแพงหินด้านหนึ่งที่ดู