ใบหน้าของจางอวิ๋นราบเรียบดุจบ่อน้ำลึกไร้ระลอกคลื่น
หลังจากได้พานพบกับ ‘เซียนขู’ วิสัยทัศน์ของเขาก็เปิดกว้างจนไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก
คำว่า ‘เซียน’ คือเป้าหมายสูงสุดที่เขาวาดหวังไว้ในอนาคต และเมื่อคิดการใหญ่จะสร้างขุมกำลังทั้งที เป้าหมายก็ย่อมต้องตั้งไว้ให้เสียดฟ้า!
เซียนอันดับหนึ่ง… ชื่อนี้ก็ฟังดูสมฐานะดีไม่ใช่หรือ?
เมื่อเห็นแววตาจริงจังขึงขังของจางอวิ๋นที่ดูไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย มุมปากของทุกคนในที่นั้นต่างพากันกระตุกยิกๆ
อันดับหนึ่งในทวีปวิถีเซียน…
เจ้านายของพวกเขาผู้นี้… ช่างกล้าฝันเฟื่องเกินมนุษย์มนาไปแล้ว!
“นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าทุกคนคือสมาชิกของ ‘สำนักเซียนอันดับหนึ่ง’ และ ณ บัดนี้ ข้าจะขอประกาศการแต่งตั้งตำแหน่ง…”
จางอวิ๋นกวาดสายตามองไปรอบๆ น้ำเสียงทรงพลังกังวานก้อง “ข้าจะดำรงตำแหน่งเจ้าสำนัก! ภายใต้เจ้าสำนัก จะมีการจัดตั้งตำแหน่งผู้อาวุโส 6 ท่าน และผู้ดูแล 12 ท่านเป็นการชั่วคราว”
“ผู้อาวุโสท่านแรก... หลิวชาง!”
จางอวิ๋นผายมือไปทางชายชราในชุดหรูหรา แนะนำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ระดับพลังแปลงเทพ ฝีมือก็ถือว่าพอถูไถได้บ้าง ที่แต่งตั้งเขาเป็นผู้อาวุโสก็เพราะเขาเก่งกว่าพวกเจ้