ข้าจะเอาไปแจกจ่ายชาวบ้านที่เดือดร้อน”“เช่นนั้นก็ถึงคราวที่เราสองคนจะต้องไปทำความรู้จักกับเหล่าขุนนางและคหบดีในเมืองนี้แล้วท่านพี่”หงซือซือกลับไปถึงโรงเตี๊ยมก็เข้าไปตรวจผ้าที่อยู่ในรถม้า “ผ้าล้วนเป็นของแพงทั้งนั้น พรุ่งนี้ข้าจะไปติดต่อกับขุนนางใหญ่เสียก่อน”“ดี! เราไปด้วยกัน”“แต่ตอนนี้ท่านพาข้าไปเที่ยวเล่นรอบเมืองก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ?” หงซือซือ กอดแขนสามีแนบแก้มกับต้นแขนเขา “อยากเห็นว่าเมืองนี้มีอะไรดีบ้าง?”“ได้สิ! ไปดูกัน” ในช่วงวัยหนุ่มเขาเคยเดินทางมาที่นี่ครั้งหนึ่งแต่นั้นก็สิบกว่าปีแล้ว ยามนี้บ้านเมืองคงเปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก “ข้าเคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ครั้งนั้นเป็นเพราะน้องห้าอยากหนีออกจากวังหลวงจึงได้ชวนข้ามา ด้วยความคะนองของเราสองพี่น้องทำให้เดินทางมาจนถึงเมืองนี้”“พวกท่านคงหนีออกจากวังกันบ่อยสินะ”“อืม…บ่อย กระทั่งช่วงที่รัชทายาทเริ่มมีปัญหา ข้าจึงไม่อาจออกจากวังได้ตามใจอีก”ทั้งสองขี่ม้าด้วยกันไปตามถนน เมืองชิงหลิวเล็กกว่าฉู่จิ้งครึ่งหนึ่ง เศรษฐกิจของเมืองนี้อยู่ได้ด้วยการขายของป่าและการค้าขายธัญพืช “เจ้าดูภัตตาคารนั้นสิ ช่างน่าสนใจยิ่ง”“คงเป็นร้านที่ราคาอาหารสูงเทียว คนที่เดินเข้าไปล้วนดูเป็นคนฐานะดีทั้งสิ้น”“บางทีลูกค้าที่เรามองหาอาจจะรวมตัวกันอยู่ที่นี่ก็เป็นได้” เถ้าแก่หลงลงจากหลังม้าแล้วรออุ้มภรรยาลงก่อนจะส่งเชือกคุมบังเหียนให้กับเสี่ยวเอ้อนำมาไปเก็บยังคอก เขาควักเงินพ