าคนทีละน้อยเพื่อลดภาระในการเลี้ยงดู เห็นว่าพวกเขาต้องการยักยอกเสบียงของทางการเอาไว้ เมื่อวานก็มีคนตายเพิ่มอีกหลายคน”“เจ้าพูดจริงหรือ?” ชายรับม้าที่ทำงานประจำอยู่ภัตตาคารใหญ่เมืองชิงหลิวถึงกับตะลึง ที่เขารับเจ้าเด็กหนุ่มนี่มาช่วยงานก็เพราะสงสารที่เจ้าเด็กนี่หอบหิ้วท่านยายที่ชราแล้วกับน้องสาวเข้ามาขออาหารกิน“จริงขอรับ”หู่ซิ่นสือที่ขี่ม้าตามมาทีหลังหยุดม้าฟังชายรับจ้างเฝ้าม้าและรถม้าอยู่หน้าภัตตาคารใหญ่นั่งคุยกัน จึงสะดุดใจในคำบอกเล่านั้น ‘หากเป็นการฆ่าคนเพื่อลดภาระในการแจกจ่ายเสบียงจริง เจ้าเมืองชิงหลิวช่างโหดเหี้ยมนัก’องครักษ์หู่ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาวิ่งอยู่รั้วทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เมื่อเงยหน้าขึ้นจึงเห็นเงาวูบวาบไหลไปตามแนวรั้วแล้วโผนขึ้นบนหลังคาภัตตาคาร ก็แน่ใจว่าเหล่าองครักษ์เงามาพร้อมอารักขาฝ่าบาทแล้วจูจิ้นติ้งที่ขี่ม้าไปวนรอบซอยข้างเคียง ดึงบังเหียนม้าเข้ามาใกล้ “รอบข้างปลอดภัยดี แต่ข้าได้ยินคนพูดกันว่าบุตรเขยของเจ้าเมืองชิงหลิวชอบมาดื่มกินที่นี่แล้วไปต่อที่หอโคมเขียวถนนถัดไปยิ่งนัก ชายผู้นี้ชาวเมืองร ่าลือกันว่ามักจะทุบตีทำร้ายภรรยาอยู่เสมอซ ้ายังเลี้ยงหญิงคณิกาแบบผูกขาดไว้สองนาง”“หือ! เจ้าได้ยินเรื่องนินทาพวกนี้มาจากที่ใดกัน?”“ที่ใดมีสตรีรวมกลุ่มกันมาก ที่นั่นย่อมมีเรื่องซุบซิบกันมาก”หู่ซิ่นสือมองจูจิ้นติ้งด้วยสายตาพิศวง “เจ้าใส่ใจเรื่องยิบย่อยเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน? ท