ึงให้หู่ซิ่นสือออกไปสืบว่าพวกเขาเป็นชาวเมืองชิงหลิวที่ได้รับความลำบากจริงหรือไม่?ไม่นานนักก็ได้รับคำยืนยัน “เช่นนั้นพาข้าออกไปดูพวกเขาที เอาข้าวสารอาหารแห้งไปให้เพียงพอแจกจ่ายด้วย”สองสามีภรรยาจึงขี่ม้าไปพร้อมกับองครักษ์หู่และจู นำเอาข้าวสารและอาหารแห้งใส่รถม้าไปดูเพิงพักชั่วคราวของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่กำลังหักร้างถางพงเพื่อหวังจะให้เป็นที่อยู่ใหม่ คนกลุ่มนี้อพยพมาทั้งครอบครัว พวกเขาเห็นว่าที่อำเภอนี้มีทะเลสาบกว้างและอุดมสมบูรณ์ดีจึงคิดจะอยู่เพาะปลูกที่นี่ ประจวบกับเงินทองที่เก็บไว้ก็มิได้มากนักหากเดินทางไปไกลกว่านี้ก็จะหร่อยหรอจนไม่พอตั้งหลัก“หมู่บ้านพวกเราอยู่ห่างจากระยะโคลนถล่มแต่ก็หนีไม่พ้นน ้าป่า เคราะห์ดียังเหลือเกวียนพอให้ใช้เดินทาง ข้าจึงชักชวนเพื่อนบ้านให้อพยพมาด้วยกันเกวียนก็ให้เด็กและคนแก่นั่ง คนที่พอมีกำลังก็อาศัยเดินเท้าแต่ก็อย่างที่ท่านเห็นกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่เงินทองก็หร่อยหรอ ถางป่ากันแล้วก็คงจะพอมีเงินสร้างบ้านพอได้อยู่อาศัย แต่เรื่องทำมาหากินก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำเช่นใด?”“ข้าจะมอบเสบียงอาหารให้พวกเจ้าพอที่จะอยู่ไปได้ระหว่างที่เริ่มการเพาะปลูกใหม่” เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกเขาก็ตะลึงด้วยความยินดี“ขอบคุณเถ้าแก่หลง มิคาดว่าสวรรค์จะส่งท่านมาเมตตาพวกข้า”“เอาเถิด ขอให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัยและสงบสุขก็พอแล้ว”ข้าวสารและอาหารแห้งที่ถูกแบ่งปันให้ ทำให้พวกเขาใจชื้นขึ้