างขวาง แม้จะมิได้สร้างอาคารใหญ่โตนัก ท่านดูจุดที่เราไปเข้าแถวดื่มน ้า นั่นสิ ตำแหน่งที่รูปปั้นเทพเจ้าองค์นั้นตั้งอยู่คือกึ่งกลางของลานกว้าง ท่านไม่สงสัยหรือว่าพวกเขาเหตุใดต้องเหลือไว้ทำลานใหญ่ขนาดนี้” หมิงเฟยหลงมองไปตามนิ้วของนาง ข้อสงสัยที่นางตั้งไว้ทำให้เขาคิดว่าเขาพลาดสิ่งใดไปหรือไม่? เขาไม่เคยสนใจอำเภอเล็กๆ แห่งนี้หรือแม้แต่ได้ยินขุนนางผู้ใดเอ่ยถึง“ข้อสังเกตของเจ้าล้วนน่าสนใจ”“พี่สาม ที่นี่เคยมีความสำคัญใดหรือไม่?”“เจ้าถามได้ตรงใจข้า จะว่าไปกระเบื้องที่ใช้ในศาลเจ้าเมื่อกี้เหมือนกันกับที่ใช้ปูในท้องพระโรง ตรงลานนี่ก็เหมือนกันกระเบื้องเหมือนกับที่ปูลานหน้าตำหนักเป่าฉี”“จริงสิ! ข้าก็กำลังคิดอยู่เทียวว่ากระเบื้องปูพื้นนี้มันคุ้นๆ”“เห็นทีเรื่องนี้ต้องส่งให้คนตรวจสอบเสียหน่อย”“ถ้าท่านตกลงใจจัดการแล้ว พวกเราก็ไปผูกผ้าแดงเหมือนชาวบ้านตรงนั้นกันเถอะ” นางชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ริมรั้ววัด มีผ้าแถบสีแดงยาวห้อยพลิ้วไสวอยู่เต็มต้น เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ก็มีสาวน้อยผู้หนึ่งกำลังผูกแถบผ้าสีแดงกับกิ่งไม้“แม่นางเจ้าไปเอาแถบผ้าแดงนี้มาจากที่ใด?”หงซือซือหันไปสอบถาม“มีท่านยายผู้หนึ่งนั่งขายอยู่ตรงนั้นไงเล่า?”“ท่านพี่รอข้าอยู่ตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวข้าไปซื้อเอง” นางพุ่งไปหาท่านยายผู้นั้น เพียงพริบตาก็กลับวิ่งกลับมาพร้อมดึงแขนสามี “ท่านจำต้องไปเขียนคำขอเทพเจ้าลงในแถบผ้าแดงด้วยตนเอง”“ข้าฟังเจ้า!” เขายิ้มพร้อมก