ดไปเมื่อครู่ เจ้าจะกล้าปลุกข้าอีกหรือ?”“หึ! ท่านต่างหากที่คิดแต่จะเอาเปรียบข้า ดูสิ! ไม่ทันไรก็จะลงมืออีกแล้ว”ฮ่องเต้ใช้มือหนึ่งบีบบั้นท้ายเบาๆ ส่วนอีกมือก็ลูบไล้เลยมาที่หน้าขาที่พาดอยู่บนตักเขา “ก็เจ้าน่ากินนี่นา กว่าจะถึงเมืองชิงหลิวอีกตั้งสามวัน เรานั่งอยู่บนรถม้าทั้งวันน่าเบื่อจะตาย”หงซือซือใช้แขนสองข้างโอบรอบคอเขา “เช่นนั้นท่านต้องเชื่อฟังข้า!” นางยื่นจมูกเข้ามาเสียดสีกับจมูกโด่งเป็นสันของเขาเบาๆ“ข้าเชื่อเจ้า!” ฮ่องเต้ยอมจำนนแต่โดยดี “ข้ายอมให้เจ้าทารุณข้าทุกอย่าง”นางหัวเราะพอใจก่อนจะก้มลงจูบเขาอย่างเร่าร้อน ฮ่องเต้ครางในลำคอเมื่อเห็นนางเป็นฝ่ายบุกและแสดงอำนาจ นางเลื่อนมือลงไปสัมผัสตัวตนของเขาอย่างอุกอาจและปลุกเร้าด้วยมือโดยไม่เคอะเขิน ทำให้เขาต้องทำกับนางด้วยวิธีเดียวกัน หงซือซือเผลอส่งเสียงอืออาอย่างพึงพอใจเมื่อเขาเร่งเร้าส่วนล่างของนางในขณะที่ริมฝีปากของคนทั้งสองยังแนบสนิท ไม่นานนักทั้งสองก็แนบร่างกายเข้าชิดกันแล้วเริ่มจังหวะเร่งเร้าอีกครั้งที่ร้อนแรงกว่าเดิม องครักษ์หู่ที่หูดีนักได้ยินเสียงครางที่ลอยออกมาเพียงครั้งสองครั้งแล้วเงียบหายก็รู้ดีว่าข้างในฮ่องเต้ทรงกำลังทำศึกกับฮองเฮาอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อหันไปดูองครักษ์จูผู้สุภาพก็ไม่เห็นฝ่ายนั้นคล้ายจะไม่ได้ยินเสียงเพราะมัวแต่เหม่อลอยจึงไม่ทักออกมา“เจ้าเป็นอะไรน่ะซิ่นสือ ทำไมจู่ๆ ก็หน้าแดงเช่นนั้น? หรือว่าอากาศจะร้อนเกินไปเร