หงซือซือเปลี่ยนโฉมหน้าจากหัวหน้าหงเป็นหลวนฮองเฮาก่อนจะเข้ามาในเขตวังหลวง ด้วยความร้อนใจนางจึงมิได้สังเกตท่าทีหมางเมินของฮ่องเต้ เมื่อกระโจนนำหน้ามาถึงนางก็รีบเปิดผ้าคลุมหน้าแล้วตรงเข้าไปสวมกอดพระสวามี“พี่สาม ข้าคิดถึงท่าน” นางกระซิบอยู่ที่อกเขาหมิงเฟยหลงที่ทำหน้าปั้นปึ่งอยู่เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นก็เผลอยิ้มออกมา“ข้ารอเจ้าตั้งแต่เย็นแล้ว ร้อนใจแทบแย่ที่เจ้าไม่กลับมาเสียที” เขากอดร่างบางนั้นด้วยความคิดถึงสองมือใหญ่ประคองใบหน้าน้อยของนางให้เงยขึ้นก่อนจะก้มลงจูบอย่างรักใคร่ นางจูบตอบฮ่องเต้อยู่ครู่หนึ่งจึงเริ่มได้สติ ใช้มือสองข้างตบต้นแขนเขาให้หยุดจูบ “ทำไมเล่า? ข้ากำลังคิดจะอุ้มเจ้าขึ้นเตียงอยู่แล้วเทียว”“ตอนนี้ยังไม่ได้ ข้ามีเรื่องใหญ่มาให้ท่านจัดการ”“เรื่องใดหรือ?”นางควักเอาฎีกาเล่มนั้นออกมายื่นให้เขา “ข้าเจอขุนนางชั้นผู้น้อยที่เสี่ยงตายมาจากเมืองชิงหลิวเพื่อถวายฎีกาให้ท่าน”ฮ่องเต้เลิกพระขนงข้างหนึ่ง “หือ! เมืองนั้นถูกน ้าท่วมและโคลนถล่ม ข้าได้ส่งเสบียงอาหารไปช่วยเหลือจำนวนมากแล้วนี่”“ท่านอ่านดูก่อนเถิด แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำเช่นใด”ฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเปิดออกอ่าน ฏีกานั้นมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ส่วนหนึ่งของหน้ากระดาษ “ไม่รู้ว่าคนเขียนฎีกาฉบับนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”“แค่คนส่งยังจะเอาชีวิตไม่รอด ถ้าข้าไม่พบเขาเข้าเสียก่อนฎีกาฉบับนี้คงไม่มาถึงท่าน คนที่ตามฆ่าเขาเป็นคนของสำนักม