ืออสูรระดับต้นทั้งหมด”“พวกที่มีนัยน์ตาสีขาวนั่นน่ะหรือ?”“เจ้าค่ะ แต่ข้าสังหารพวกมันหมดแล้ว”ฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็ตกพระทัย รีบคว้ามือของนางขึ้นมากุมไว้ “เจ้าสู้กับนักฆ่าจำนวนมากอย่างนั้นได้อย่างไร?”“ท่านอาเจียงของข้าได้ถ่ายทอดวิชากระบี่ของสำนักอสูรให้กับข้า การต่อสู้กับพวกมันจึงหาช่องโหว่ได้อย่างง่ายดาย” นางจ้องตาเขา “พี่สามท่านโดนสังหารบ่อยครั้ง ข้าต้องสอนการทำลายเคล็ดวิชากระบี่ของพวกมันให้กับท่าน”ฮ่องเต้ตะลึงในสิ่งที่นางกล่าว “เจ้าทำลายเคล็ดวิชาของพวกมันได้เช่นนั้นหรือ? ซือซือ ช่างร้ายกาจนัก”“เหลือเพียงอย่างเดียวที่เราต้องทำคือ ทำลายสำนักของพวกมันเสียเพื่อให้ใต้หล้าสงบสุข สำนักที่คอยรับจ้างคร่าชีวิตผู้คนไม่เลือกหน้าเช่นนี้ เก็บไว้ก็เท่ากับส่งเสริมให้พวกมันมีโอกาสทำความชั่วเพิ่มขึ้น”“ที่ตั้งของสำนักนี้ยังไม่รู้แน่ชัด ข้าส่งคนไปติดตามหาตั้งหลายครั้งแล้วแต่ก็คว้าน ้าเหลว”“พี่สาม ท่านอย่าได้หนักใจ ท่านอาเจียงของข้าเคยเห็นที่ตั้งสำนักของพวกมันมาแล้ว หากยังกำจัดไม่สิ้นซากเรายังคงต้องคอยระแวงพวกเขาอยู่เช่นนี้ไปตลอด”“สำนักมืออสูรเป็นเสี้ยนหนามตำใจข้ามานานแล้ว ส่งผู้ใดไปก็ยังไม่อาจทำลายพวกมันได้ จะทำเช่นใดดี?”“พวกเราควรไปจัดการเองน่ะสิ จึงจะวางใจได้”“หา! เจ้าคิดจะไปทำลายสำนักมืออสูรด้วยตนเองเชียวหรือ?” ฮ่องเต้กลืนน ้าลายลงคออย่างยากเย็นเมื่อเห็นสายตาจริงจังของฮองเฮา “นี่เจ้าคงไม่คิดจะทำจร