ชิงหลิงในทันทีรถม้าคันใหญ่ที่ท่านอ๋องเก้าและพราชายาหานซู่ลี่ใช้เดินทางในครั้งนี้ มิใช่รถม้าของวังอินทรี องครักษ์ที่ติดตามทั้งหมดแต่งกายเป็นชาวบ้าน ส่วนสองสามีภรรยานำเอาชุดที่ซื้อจากโรงเตี๊ยมยุทธภพออกมาใส่“ท่านดูสิ! ชุดนี้ข้าภูมิใจยิ่งนัก เนื้อผ้าทนทานต่อการถูกคมกระบี่มากกว่าผ้าธรรมดาถึงห้าสิบเท่า แสดงว่ากระบี่ทั่วไปก็ปาดมันไม่เข้า”อ๋องเก้าอมยิ้ม “เอาไว้ให้เจ้าโดนกระบี่ฟันเสียก่อนเถิด ข้าค่อยเชื่อ”ฝ่ายโดนกระเซ้าเริ่มหน้าง ้า “นี่ท่านคิดว่าข้าถูกหลอกขายงั้นสิ! ดูท่านเสียก่อนเถอะถึงกับซื้อชุดที่แขวนอยู่หน้าร้านเลยเทียว ตอนที่ข้าไปถึงโรงเตี๊ยมเห็นชุดนี้แขวนอยู่แต่ไม่นานนักก็หายไป ที่แท้เป็นท่านนี่เอง”“เจ้าของร้านบอกข้าว่าชุดนี้เหนียวที่สุดในร้านนี่เห็นบอกว่าธนูทั่วไปยิงไม่เข้าหากมันดีขนาดนั้นเจ้าคิดว่าไม่เหมาะกับข้าหรือไร?”“โหะๆ ดูไม่น่าเชื่อถือเหมือนกันนั่นล่ะ เอาไว้ท่านถูกธนูพุ่งมาปักแล้วมันไม่เข้าเสียก่อนเถอะ ข้าจึงจะเชื่อ”อ๋องเก้าได้ยินเช่นนั้นก็นึกหมั่นไส้คู่สนทนาขึ้นมาจึงยื่นมือสองข้างไปช้อนใต้รักแร้ของนางให้มานั่งตักตน “เจ้าพูดได้ดีเช่นนี้เห็นทีข้าต้องปิดปากเจ้าเสียหน่อย”พราชายาหานซู่ลี่ยกมือขึ้นปิดปากของตน “ไม่ได้นะ”“ข้าจูบเจ้ามิได้หรือ?”“ท่านจะจูบหานซู่ลี่มิได้”“ทำไมเล่า?”“ท่านเป็นของข้า มิใช่เป็นของนางเสียหน่อย”ใบหน้างดงามนั้นบึ้งตึง “อีกอย่างยามนี้ท่านเป็นอ๋องเก้า ข้าจะจูบก