พราชายาหานซู่ลี่มองไปรอบๆ ห้องโถงตำหนักเป่าฉีด้วยความตื่นตาตื่นใจ “ช่างโชคดีจริงที่ได้เข้ามาตำหนักที่ฮ่องเต้ทรงประทับ เคยได้ยินแต่คนอื่นกล่าวขานถึงว่าทั้งโอ่อ่าน่าอยู่และมีของประดับมูลค่ามหาศาลอยู่มากมาย นี่ไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว”“จริงสิ! เจ้ากับข้ายังไม่เคยลอบเข้ามาในตำหนักนี้สักครั้ง”“ยามนี้คงไม่จำเป็นแล้ว ในเมื่อสหายของข้ามาอยู่ ข้าจะมาเยือนยามไหนก็ได้ ซ ้าอาจจะหยิบเอาสิ่งใดกลับไปด้วยก็ได้ เอ๊ะ! อันที่จริงขอดีๆ ฝ่าบาทก็คงจะทรงพระกรุณาข้านะ” สายตาของพราชายาคล้ายจะเย้าสหาย หานซู่ลี่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนรักนางรู้สึกว่าหงซือซือดูมีชีวิตชีวาและสายตาเป็นประกาย“เจ้ายังมีของที่อยากได้อยู่อีกหรือ? ที่วังอินทรีมีไม่พอหรือไรกัน?”“ฮ้าๆ ข้าก็แค่แหย่เจ้าเล่น นี่เจ้าหวงแหนข้าวของแทนเจ้าของตำหนักเป่าฉีงั้นหรือ? เพิ่งเข้าวังมาเองนะทำหน้าที่ฮองเฮาดีถึงเพียงนี้เทียว”หงซือซือหน้าแดงก ่า ปากคอสั่นเล็กน้อย “ก็ที่นี่เป็นของพี่สามนี่นา ข้ามาช่วยงานเขาก็ต้องดูแลตำหนักช่วยเขาสิ”“เจ้าแน่ใจนะว่ามาทำงานช่วยเขาจริงๆ มิใช่ว่าเจ้าล่วงล ้าสัญญาว่าจ้างไปทำหน้าที่ฮองเฮาหรอกนะ” เมื่อถูกจี้ใจดำ หงซือซือก็อ ้าๆ อึ้งๆ “เจ้าจะสารภาพเองหรือว่าจะให้ข้าพูดเรื่องที่ข้าได้ยินคนทั้งวังหลวงเล่าลือกันดี”“ก็ได้! ข้ายอมรับเอง พี่สามตกเป็นของข้าแล้ว”นางหลบตาสหายเล็กน้อยก่อนตอบเสียงอ่อย แม้จะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้