“ถวายบังคมฝ่าบาท ฮองไทเฮาเสด็จแล้วพะยะค่ะ!” ขันทีอาวุโสที่วิ่งนำขบวนมารีบกราบทูล ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเสด็จแม่บุญธรรมของตนก้าวเท้ามาอย่างกระฉับกระเฉงด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“นั่นอย่างไรผู้ที่เรารอคอยอยู่” ทุกคนหันไปมองตามสายพระเนตรของฮ่องเต้“ฮองไทเฮาเสด็จมาทำไมหรือเพคะ?” เสิ่นกุ้ยเฟยสีหน้าฉงน นางไม่คิดไม่ฝันว่าฮองไทเฮาจะเสด็จมาถึงตำหนักของตน “หรือว่าฝ่าบาทเชิญฮองไทเฮามาเสวยที่ตำหนักหม่อมฉัน? ตะ แต่ว่าหม่อมฉันกลับยังมิได้เตรียมสิ่งใดเลยนะเพคะ”“เจ้าอย่ากังวลเรื่องนั้นเลย เสด็จแม่ทรงมาด้วยเหตุผลอื่น” สายตาของอ่องเต้ดูเลศนัยจนนางรู้สึกเสียวสันหลังฮองไทเฮาสาวพระบาทเข้าสู่ตำหนักหรงซิ่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อวานขณะที่พระนางกำลังนั่งฟังองค์หญิงหมิงซีหลิวอ่านตำนานเก่าแก่ประจำแคว้นหมิงให้ฟัง ฮ่องเต้กับฮองเฮาเสด็จไปเข้าเฝ้า ‘เจ้าลูกคนนี้ปล่อยให้ข้าอยู่สบายๆ สักช่วงหน่อยก็ไม่ได้ ขยันหาเรื่องมาให้ปวดหัวได้บ่อยจริง’“ทูลเชิญเสด็จแม่รับชาขาวฝูติ้งจากแคว้นเหลียนก่อนเถิดพะยะค่ะ หม่อมฉันชิมแล้วรสชาติละมุนลิ้นเสิ่นกุ้ยเฟยอุตส่าห์ตั้งใจเตรียมไว้โดยเฉพาะ” ฮ่องเต้หันไปมองถ้วยน ้าชาที่ถูกอู๋กงกงตรวจสอบพิษเรียบร้อยแล้วก็เลื่อนถ้วยชานั้นมาต่อหน้าพระมารดา“อืม…ดีที่เสลี่ยงมาส่งถึงหน้าสวน อัยเจียก็เลยได้เดินไม่ไกลนัก”“หม่อมฉันรบกวนเสด็จแม่แล้ว”“เจ้าก็พูดเช่นนี้ทุกที แต่ก็ทำให้อัยเจียปวดหัวทุกครั้ง” ฮองไทเฮาทรงยกถ้วยชา