ขึ้นเปิดฝาแล้วเป่าไอร้อนเบาๆ “อืม…กลิ่นดีเสียด้วย” ฮ่องเต้ทรงยิ้มกว้าง“รสชาติดียิ่งกว่ากลิ่นเสียอีก พะยะค่ะ”ฮองไทเฮาชิมแล้วยิ้มกว้าง “จริงอย่างที่ฝ่าบาทตรัส รสชาติดีเยี่ยมกว่าชาที่อัยเจียมีเสียอีก เสิ่นกุ้ยเฟยเจ้าได้ชามาจากที่ใด?”“ทูลฮองไทเฮา ท่านพ่อของหม่อมฉันเดินทางไปตรวจราชการที่แคว้นเหลียนคราวก่อนได้มาสองห่อจึงนำมาฝากห่อหนึ่งเพคะ”“ช่างเป็นชารสชาติเยี่ยมเหลือเกิน”“หม่อมฉันจะให้ต่งมามาหลี่นำมาถวายครึ่งห่อเลยเพคะ” เสิ่นกุ้ยเฟยรีบค้อมศีรษะกล่าวเอาใจ แล้วหันไปสั่งต่งมามาหลี่ให้แบ่งชานั้นใส่ห่อมาถวายฮองไทเฮา“ขอบใจสนมเสิ่น” ฮองไทเฮายิ้มกว้าง นางรู้ว่าพระสนมทั้งวังหลังล้วนหวังประจบเอาใจ เพียงแค่แสดงความสนใจสิ่งใดพวกนางก็พร้อมจะนำมาถวายไม่นานนักต่งมามาหลี่ก็เดินนำหน้านางกำนัลสองคนเข้ามาแล้วยื่นห่อผงชาให้กับเต้ามามาหลี่เพื่อให้นางตรวจสอบ ฮองไทเฮาปรายตามอง“เอาล่ะ! ในเมื่อเจ้าถวายผงชาให้อัยเจียแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องแจ้งข่าวสำคัญให้เจ้ารู้แล้วสินะ”“เพคะ”“อัยเจียพบคนร้ายที่ฆ่านางกำนัลผู้นั้นแล้ว”เสิ่นกุ้ยเฟยสะอึกเล็กน้อย นางเผลอหันไปสบตาต่งมามาหลี่แวบหนึ่ง ฮ่องเต้ที่ลอบสังเกตอยู่แล้วเห็นเช่นนั้นก็มั่นใจในข้อสันนิษฐาน“ผู้ใดหรือเพคะ?” เสิ่นกุ้ยเฟยกลืนน ้าลายลงคอก่อนจะกลั้นใจถามออกมาสายตาคมกริบของฮองไทเฮาจ้องเขม็งไปที่นางกำนัลอาวุโสประจำตำหนัก หรงซิ่ง “ต่งมามาหลี่ ต่างหูของเจ้าหายไปข้างหนึ่งใช่