ต่งมามาหลี่ก้าวเท้าเร็วรี่มายังห้องโถงตำหนักฟาหยาง ยอบกายกราบทูลพระสนมด้วยความร้อนใจ “ทูลพระสนม ตอนนี้มีผู้พบขวดยาพิษแล้วเพคะ”“หือ! ผู้ใดกัน?”“องครักษ์จูเพคะ เขาให้ขันทีและนางกำนัลช่วยกันค้นหาทั่วสวนที่จัดงานก็เลยเจอเข้า” ใบหน้าเผือดสีของนางกำนัลอาวุโสทำให้เสิ่นกุ้ยเฟยพลอยกังวลไปด้วย“เจ้ามิได้กำชับให้เข้มงวดดอกหรือ?”“หม่อมฉันสั่งแล้วเพคะ”“เจ้ารีบตามไปจัดการกับคนเร็วเข้า ถ้าปล่อยให้ซัดทอดล่ะก็พวกเราต้องลำบากแน่” พระสนมคนงามตวัดตาคมมองคนสนิท“ไปเดี๋ยวนี้เลยเพคะ” ต่งมามาหลี่ไปดักรอคนที่หลังตำหนักห่าวซิน หลงเหม่ยเฟยถูกวางยาบิดไส้ทำให้เหล่าขันทีและนางกำนัลมิได้ตรวจตรารอบตำหนักนัก ไม่นานสตรีร่างเล็กบอบบางในชุดนางกำนัลก็เดินลับๆ ล่อๆ ออกมา“เจ้าทำงานผิดพลาดแล้ว มีคนเจอขวดยานั่นที่สวนหลวงใหญ่”นางฟังแล้วหน้าซีดเผือด “ขะ ข้าคิดว่าทิ้งไปในกอต้นไม้ที่ลึกสุดแล้ว”“แต่ก็มีคนค้นพบจนได้ ตอนที่เจ้าไปทิ้งของ ไม่มีผู้ใดเห็นใช่หรือไม่?”นางกำนัลร่างเล็กเนื้อตัวสั่นเทานึกถึงตอนที่นางลอบเอายาในขวดที่ต่งมามาหลี่ให้มาเทลงในอาหารของพระสนมแล้วโยนทิ้งไปในกอต้นไม้ข้างทางเดินช่วงนั้นมีทหารยามสองคนเดินผ่านมาพวกเขาเพียงหันมามองและไม่ได้สอบถาม ตัวนางเองคิดว่าทหารยามทั้งสองก็คงจดจำนางไม่ได้เช่นกัน นางรีบส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว “ไม่มีผู้ใดจดจำข้าได้หรอก งานวันนั้นนางกำนัลทั่วทั้งวังหลวงล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่สวน ในคืนนั้น