หมิงเฟยหลงทรงตกพระทัย เมื่อสบตาของนางที่ดูห่างเหินอย่างเห็นชัดก็ทรงพอจะนึกออกว่านางกำลังคิดจะตีตัวออกห่างก็รีบปรับใบหน้ามิให้ดูบึ้งตึงจนเกินไป ‘เจ้าคิดจะถอยห่างจากข้าหรอกหรือ? ซือซือเจ้าร่วมเตียงกับข้าแล้ว คิดได้ตอนนี้คงสายไปเสียแล้วล่ะ’“อืม…จริงสิ! เราสองคนมีความแตกต่างกันมากมาย ข้าควรจะต้องรักษาระยะห่างเอาไว้บ้าง แต่เมื่อคืนนี้เราจำเป็นต้องทำให้คนทั้งวังเชื่อว่าเราเป็นสามีภรรยากันแล้วจริงๆ และนับจากนี้ก็ต้องเล่นงิ้วให้พวกเขาคิดว่า ข้ากับเจ้ารักกันปานจะกลืนกินไม่เช่นนั้นเราจะล่องูออกจากรูไม่ได้” สีหน้าของฮ่องเต้ที่เอ่ยออกมาดูเคร่งขรึมน่าเชื่อถือจนนางลืมระวังตัวเผลอเอามือไปจับแขนฮ่องเต้“พี่สาม ท่านยังมีแผนอื่นอีกหรือไม่?” ฮ่องเต้ทรงกระหยิ่มยิ้มย่อง“ข้าจะเสียงดังมิได้ เจ้าก็รู้ว่านางกำนัลที่นี่หูดีนักประเดี๋ยวพวกนางจะได้ยินสิ่งที่เราคุยกัน”หงซือซือจำยอมกระถดเข้าไปใกล้ “แค่นี้พวกนางคงมิได้ยินดอกกระมัง?”ฮ่องเต้ทรงลากเอาผ้าห่มคลุมร่างทั้งสองไว้ด้วยกัน “เช่นนี้ดีกว่า ไม่มีใครได้ยินแน่นอน” เมื่อคลุมโปงแล้วทั้งสองกลับเหมือนใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิม หงซือซือขยับอย่างอึดอัด“แต่เหมือนจะหายใจไม่ออกนะพี่สาม”“เจ้าอดทนให้ข้าเล่าแผนจบเสียก่อนสิ” ฮ่องเต้กระซิบกระซาบอยู่ใกล้ใบหูของนางอยู่นานสองนานเมื่อเล่าจบนางก็รู้สึกว่าลมหายใจของเขาที่เป่าอยู่เหนือใบหูเล็กน้อยนั้นพาลทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นหงซื