อซือใช้แขนสองข้างทบผ้าห่มลง “จบซะที ข้าแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว”ฮ่องเต้แย้มพระสรวลด้วยความเบิกบานพระทัยที่ได้เห็นท่าทางไม่รักษามารยาทที่นางแสดงออกมา“ซือซือ เจ้าว่าแผนของข้าดีหรือไม่?” ฮ่องเต้ทรงยื่นพระพักตร์ออกมานอกผ้าห่มเข้าใกล้ต้นแขนของนาง“ดีๆ ข้าฟังแล้วเข้าท่านัก ว่าแต่ท่านจะต้องช่วยข้าเล่นงิ้วให้แนบเนียนด้วย”“เพื่อเจ้า ข้าย่อมทำอย่างเต็มที่อยู่แล้วไม่ต้องห่วง”“อืม…ดี!” นางหันมาพยักหน้าเห็นดีเห็นงามไปกับฮ่องเต้แล้วพลันนึกขึ้นได้“พี่สาม เช้านี้พวกเราต้องไปคารวะฮองไทเฮาที่ตำหนักนะเจ้าคะ”“เช่นนั้นก็เรียกนางกำนัลมาช่วยเจ้าแต่งตัวเถิด”ฮ่องเต้ทรงลุกด้วยความคล่องแคล่วแล้วร้องเรียกอู๋กงกงให้เข้ามา เหล่าขันทีที่รับใช้ฮ่องเต้ล้วนรู้งานตรงเข้ามาช่วยพระองค์เปลี่ยนพระภูษาอย่างรวดเร็ว ส่วนฮองเฮาก็เข้าไปเปลี่ยนพระภูษาหลังฉากกั้นเสร็จเรียบร้อยก็มาตกแต่งพระเกศาและพระพักตร์จนงดงามฮ่องเต้ทรงยืนทอดพระเนตรนางด้วยความชื่นชม “คุ้มค่าที่ยืนรอเจ้า”อู๋กงกงมองสายพระเนตรของฮ่องเต้ที่ไม่ละจากฮองเฮาแม้สักน้อย ทั้งสองพระองค์ยามยืนเคียงคู่ช่างเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยกจนขันทีอาวุโสอดจะชื่นชมมิได้ “ทั้งสองพระองค์ช่างงดงามราวกับเทพเซียนจากสวรรค์ พะยะค่ะ”“อย่ามัวแต่เยินยอเจิ้นกับฮองเฮาอยู่เลยประเดี๋ยวจะสายเสียก่อน”ฮองเฮาตัวปลอมหันมายิ้มให้กับฮ่องเต้อย่างอ่อนหวานก่อนที่อ่องเต้จะทรงจับพระหัตถ์นางแล้วจับจูงเดินนำขบวนข้าราชบ