เงาดำที่เคลื่อนอยู่บนผนังกลายเป็นสีเดียวกันกลบกลืนอย่างรวดเร็ว นินจาหานซู่ลี่ค่อยเคลื่อนไปหาเจ้าของตำหนักเหอผิง เมื่อเห็นสตรีในอาภรณ์ปักเลื่อมงดงามนั่งอ้อยอิ่งอยู่บนตั่งเตี้ยก็พยายามขยับเข้าไปใกล้ นางกำลังสนทนากับถูมามาหลี่หัวหน้านางกำนัลประจำตำหนัก“แจกปิ่นทองประดับทับทิมให้ข้า เชอะ! คงนึกว่าข้าจะซาบซึ้งเสียเต็มประดา” สีหน้าชิงชังของนางมิได้เก็บงำไว้เช่นยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่น ถูมามาหลี่ผู้รับรู้ถึงความเจ็บช ้าน ้าใจของเจ้านายยืนนิ่งรอรับฟัง “หลังจิ้งเอ๋อร์ตายเสด็จมาดูข้าสองครั้ง แต่หลังจากรับตงเฟยเข้ามาตำหนักเหอผิงกว่าจะได้ต้อนรับฝ่าบาทอีกก็ยากเย็นแสนเข็น นี่สินะ ชะตากรรมของสตรีวังหลัง แม้ถูกโปรดปรานก็มิอาจครอบครองไว้ได้เพียงผู้เดียว”“ใช่ว่าตงเฟยจะเหนี่ยวรั้งฝ่าบาทได้นี่เพคะ” ถูมามาหลี่รีบปลอบโยน“ก็ใช่ไง?” เฉินเฟยตวาดเสียงดังลั่น นึกถึงเรื่องคราวนั้นความโมโหของนางก็แล่นปราดถึงศีรษะ มือสั่นเทาคว้าถ้วยน ้าชากระเบื้องเคลือบอย่างดีขว้างลงพื้นแตกกระจายเพล้ง!“นางตัวดีนั่นไม่มีดีอะไร คิดหรือว่าจะทำให้ฝ่าบาทพอพระทัยได้นาน” เฉินเฟยรู้ว่าฮ่องเต้จะทรงมีทีท่าโปรดปรานผู้มาใหม่อยู่ชั่วระยะหนึ่ง จากนั้นเมื่อมีผู้มาใหม่ที่ใหม่กว่าก็จะเสด็จเยือนตำหนักใหม่บ่อยๆ จนทำให้พระสนมคนเก่าได้รู้ว่า พวกนางมิใช่คนโปรดอีกต่อไป“ขนาดข้าที่ได้รับอนุญาตให้อุ้มครรภ์มังกรสุดท้ายยังกลายเป็นเพียงหมาหัวเน่า แล้วพวกนางที่