สตรีรูปร่างโปร่งที่นั่งจิบน ้าชาอยู่ในศาลาริมสวนเหม่อมองไปทางตำหนักเสียนเหลียง ไม่นานนักนางกำนัลประจำตำหนักของนางก็ก้าวเร็วๆ เข้ามาถอนสายบัว “ทูลพระสนม เหม่ยเฟยออกจากตำหนักของฮองเฮาไปแล้ว เพคะ”“นางยังมิได้เป็นฮองเฮา” น ้าเสียงสะบัดแรงจนนางกำนัลตกใจ“เพคะ ตำหนักองค์หญิงหลวน”“อืม…นางชิงตัดหน้าเหนียงเหนี่ยงไปได้อย่างไรกัน?”“ผู้ใดหรือเพคะ?” เก่อมามาหลี่หัวหน้านางกำนัลประจำตำหนักฟาหยางยืนอยู่เยื้องพระสนมนึกฉงน“เหม่ยเฟยน่ะสิจะมีผู้ใดอีก? เจ้าคิดว่าข้าจะกล้าขัดเคืองว่าที่ฮองเฮาหรือไร?” ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มของตงเฟยตึงขึ้นเล็กน้อย แม้นางจะรู้ว่าตนเองมีโอกาสน้อยที่จะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาด้วยอำนาจหนุนหลังก็ยังไม่เท่าเสิ่นกุ้ยเฟย ส่วนความโปรดปรานจากฝ่าบาทนั้นก็ยากจะเดาได้ นางติดสินบนขันทีที่ติดตามอู๋กงกงไว้จึงได้รู้ว่า ข่าวลือในวังที่ว่าเสิ่นกุ้ยเฟยเป็นที่รักใคร่ของฮ่องเต้ยิ่งกว่าผู้ใดนั้นความจริงแล้วฝ่าบาททรงเสด็จไปตำหนักของนางมากกว่าตำหนักอื่นเพียงเล็กน้อย แต่นางกลับให้คนปล่อยข่าวเสียดูเหมือนได้นางครอบครองฮ่องเต้เพียงผูเดียว“เป็นเพราะเหม่ยเฟยรู้ว่าองค์หญิงหลวนเป็นผู้ที่ฮ่องเต้ทรงสนพระทัยในยามนี้น่ะสิเพคะ”“อย่างไรหรือ?”เก่อมามาหลี่เป็นผู้หูว่องตาไว นางได้รับมอบหมายจากเจ้ากรมโยธาให้คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวในวังเพื่อผลักดันให้ตงเฟยได้มีโอกาสอุ้มครรภ์มังกร ทว่าผ่านมาหลายปีก็ยังไม่มีโอกาส นั่นเป็นเพราะ