ร่างที่เดินนวยนาดมาถึงหน้าตำหนักเสียนเหลียงนั้นทำเอาหม่าหลันฮวาตาเหลือกรีบเข้าไปกราบทูลว่าที่ฮองเฮาพระองค์ใหม่ “องค์หญิงเพคะ เสิ่นกุ้ยเฟยกำลังเสด็จมาทางนี้”องค์หญิงหลวนชิงซืออมยิ้มน้อยๆ “เปิ่นกงคิดแล้วว่านางต้องมา เจ้าใจเย็นก่อนหลันฮวาไปเตรียมน ้าชาหลงจิ่งมาให้ที”“องค์หญิง เสิ่นกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้า พะยะค่ะ”“เจ้าไปเชิญนางมาเถิด” หงซือซือพยักหน้าให้กับขันทีที่เฝ้าหน้าประตู เซียนพันหน้าผู้ลูกเคยแปลงโฉมเข้าไปสืบข่าวในตำหนักหรงซิ่งของเสิ่นกุ้ยเฟยมาแล้วคราหนึ่งจึงรู้จักหน้าตาของแขกผู้มาเยือน เมื่อเห็นสตรีอรชรอ้อนแอ้นมาอยู่ตรงหน้าก็แย้มยิ้มทักทาย “ยินดีนักที่พระสนมมาเยือนถึงตำหนักของเปิ่นกง”“ถวายพระพรองค์หญิง”“ตามสบายเถิด” สิ้นคำเชิญนั้น เสิ่นกุ้ยเฟยจึงได้สังเกตสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าอย่างจริงจัง นางงดงามยิ่งไม่ต่างจากพราชายาของท่านอ๋องเก้า ‘นี่นางเป็นสตรีที่เติบโตอยู่ชายแดนจริงหรือ? ผิวพรรณ รูปร่างหน้าตาช่างเลอเลิศ’ เสิ่นกุ้ยเฟยตระหนกกับความจริงตรงหน้า นางต้องยอมรับว่าองค์หญิงหลวนผู้นี้งดงามเกินคำบรรยาย ‘มิน่าเล่า! ฝ่าบาทจึงเฝ้านางทุกเย็นจนถึงค ่า’“ในฐานะที่องค์หญิงจะมาเป็นฮองเฮาองค์ใหม่ความจริงหม่อมฉันและเหล่าสนมทั้งหลายควรมาเยี่ยมคารวะตั้งแต่วันแรก ขออภัยจริงๆ เพคะ”“มิได้พระสนม ยังไงเสียเราก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน เปิ่นกงได้กราบทูลฝ่าบาทว่าไม่อยากให้วังหลังมากพิธีการกันนักจะได้อยู่ก