ี้ฝ่าบาททรงกรำงานหนักตลอด หม่อมฉันเห็นว่าพวกเราที่อยู่วังหลังควรจะช่วยคลายเครียดให้พระองค์กันสักหน่อย” ใบหน้าที่ตบแต่งไว้งดงามนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดว่าตนเองจะได้โชว์ความสามารถในการร่ายรำให้เป็นพอพระราชหฤทัย“อืม…พระสนมคงหมายถึงการร่ายรำหรือบรรเลงพิณกระมัง? น่าเสียดายนักที่เปิ่นกงเกิดอยู่ชายแดนเรื่องเหล่านี้ล้วนไม่ถนัด หากพูดเรื่องขี่ม้าล่าสัตว์ยิงเกาทัณฑ์น่าจะง่ายเสียกว่า” ใบหน้าเรียบเฉยขององค์หญิงหลวนทำให้เสิ่นกุ้ยเฟยกระหยิ่ม ยิ้มย่อง ‘ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าน ้าหน้าอย่างเจ้าคงไม่มีปัญญาทำสิ่งที่กุลสตรีในเมืองหลวงทำกันได้อย่างคล่องแคล่วเป็นแน่’“คราอยู่ที่เมืองพยัคฆ์เหิน องค์หญิงเติบโตมาอย่างไรหรือเพคะ?”“เปิ่นกงน่ะหรือ? พระสนมก็น่าจะรู้ว่าเปิ่นกงมิเคยรู้ฐานะที่แท้จริงมาก่อน ท่านพ่อเอาแต่สอนให้ค้าขาย ขี่ม้าและล่าสัตว์ ส่วนการเรียนนั้นก็เน้นอ่านเขียนและทำบัญชี พวกโคลงกลอน คัดอักษรก็หาได้ดีเด่นไม่”เสิ่นกุ้ยเฟยได้ยินดังนั้นก็ยิ่งยิ้มกว้างแผนในใจที่จะฉีกหน้าของว่าที่ฮองเฮาต่อหน้าธารกำนัลก็ผุดมาเป็นระลอก ทว่าปากก็จะยังยิ้มแย้ม “องค์หญิงจะทรงมาเป็นฮองเฮาอยู่แล้ว เรื่องพวกนั้นเอาไว้ค่อยเรียนรู้ภายหลังก็ได้นี่เพคะ หากฝ่าบาทไม่ทรงถือสา พระองค์ก็ไม่ต้องทรงคิดมาก”“ขอบใจเจ้านักเสิ่นกุ้ยเฟย เปิ่นกงได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้ก็จะได้สบายใจขึ้นมาบ้าง แค่ต้องมาเรียนรู้การหัดเดินเหินให้งดงามก็ย ่าแย่พออยู่