น่อยเถิด หม่อมฉันอยากฟังนิทานแล้ว” องค์หญิงน้อยโอยครวญ “ถ้าดึกกว่านี้หม่อมฉันก็จะง่วงจนทนไม่ไหว”หงซือซือหัวเราะคิกคัก “พี่สามท่านดูสิ ลูกสาวของท่านโวยวายแล้ว”“ลูกสาวของข้าที่ไหนกัน? ลูกสาวของเราต่างหากต่อไปข้าต้องฝากเจ้าช่วยเมตตานางด้วย นางไม่มีแม่คอยดูแลแล้ว ข้าเป็นบุรุษอาจจะดูแลนางได้ไม่ดีพอ”เขาแกะเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายเสร็จพอดี จึงจับบ่าทั้งสองของนางให้ลุกขึ้นเดินไปยังพระแท่นบรรทม นางรู้สึกเก้อเขินยิ่งนัก เขาช่างอ่อนโยนและเอาใจใส่กับทั้งนางและ ลูกสาวตัวน้อย“หลิวเอ๋อร์ พ่อกับแม่มาแล้ว” หงซือซือปีนขึ้นเตียงเข้าไปด้านในสุด ให้องค์หญิงน้อยนั่งพิงหมอนอยู่ตรงกลาง และฮ่องเต้ทรงขึ้นมาประทับที่ริมเตียงลากเอาผ้าห่มที่อยู่ปลายเท้าขึ้นมาห่มให้นางและลูกสาวอย่างเบามือ “หลิวเอ๋อร์ หนาวหรือไม่?”“ไม่เพคะเสด็จพ่อ” องค์หญิงน้อยยิ้มกว้าง นางรู้สึกอบอุ่นใจที่คืนนี้ตนแม่ทั้งเสด็จพ่อและเสด็จแม่อยู่พร้อมหน้า “หม่อมฉันอยากจะนอนกับเสด็จพ่อเสด็จแม่แบบนี้ทุกคืนเลยเพคะ”“พ่อก็เช่นกัน” ฮ่องเต้ทรงยิ้มและขยี้พระเกศาของพระธิดาด้วยความเอ็นดู ขณะปรายตามองผู้ที่ถูกเรียกว่าเสด็จที่หน้าเริ่มซับสีระเรื่ออยู่ตรงหน้า “เจ้าลองถามเสด็จแม่สิว่าอยากนอนกันสามคนแบบนี้ด้วยหรือไม่?”หมิงซีหลิวได้ยินเช่นนั้นก็เอียงคอหันมาทำตาแป๋ว “เสด็จแม่อยากนอนกับพวกเราสองพ่อลูกไหมเพคะ?”หงซือซืออึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นสายตาของเด็กน้อยที่รอคอยคำ