ตอบอย่างใจจดจ่อก็ไม่กล้าปฏิเสธ“อยากสิ แม่ต้องอยากนอนกับเจ้าอยู่แล้ว”ฮ่องเต้ได้ยินนางตอบเช่นนั้นก็ยิ้มทั้งปากทั้งตา“ต่อไป เราสามคนก็มานอนด้วยกันบ่อยๆ นะหลิวเอ๋อร์”“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ” หลิวเอ๋อร์ตัวน้อยยิ้มจนตาหยี “หม่อมฉันจะขอเสด็จย่ามานอนที่นี่ทุกคืนเลยเพคะ” คำพูดขององค์หญิงน้อยทำเอาหงซือซือยิ้มเจื่อนๆ หากหลิวเอ๋อร์มานอนกับนาง พี่สามก็ต้องมานอนด้วยน่ะสิ แล้วนี่นางจะทำอย่างไรดี แม้จะมิได้ร่วมหอแต่การมาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้หงซือซือรู้สึกคล้ายมีอันตรายวนเวียนอยู่รอบตัว“ซือซือ เจ้ารีบเล่านิทานเถิด ประเดี๋ยวหลิวเอ๋อร์จะเผลอหลับเสียก่อน”“เพคะ” หงซือซือตกใจที่เขาเรียกชื่อจริงของนางเมื่อนึกขึ้นได้ว่าองค์หญิงที่นางสวมรอยอยู่นี้มีชื่อว่าหลวนชิงซือ หากนำเอาชื่อท้ายมาเรียกชื่อเล่นก็จะมีชื่อเดียวกับนางนางเล่านิทานที่ตนเคยฟังเมื่อตอนเป็นเด็กนิทานที่เล่าถึงหมีขาวบนภูเขาหิมะซงซานที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ วันหนึ่งองค์หญิงเดินทางไปเที่ยวบนภูเขาเมื่อเจ้าหมีได้พบเข้าจึงจับเจ้าหญิงไปขังไว้แล้วก็แปลงร่างเป็นองค์หญิงเข้ามาอยู่ในวัง“เสด็จแม่ แล้วจะมีคนจับได้ไหมเพคะว่าหมีขาวตัวนั้นแปลงร่างมา?”“ทีแรกก็ยังไม่มีผู้ใดจับได้ แต่ต่อมาองค์ชายน้อยก็แอบเห็นตอนนี้เจ้าหมีตัวนั้นกลายร่างกลับเป็นหมีในยามกลางคืน หมีขาวเป็นสัตว์ที่กินอาหารเยอะมาก หมีขาวที่อยู่บนภูเขาซงซานจะหาจับสัตว์ริมทะเลสาบใหญ่บนภูเขากินเป็นอาหาร”“มัน