้าเหวอเล็กน้อย ดวงตานางไหวระริก ‘แย่ล่ะสิ! ไม่เคยถามเพ่ยเจินไว้เสียด้วย แต่หากจะตอบส่งเดชก็ไม่ได้ หากถูกสอบถามเรื่องรายละเอียดต้องถูกจับได้เป็นแน่’“เมืองพยัคฆ์เหิน เพคะ” นางเลือกตอบเมืองที่เป็นทางผ่านสู่ชายแดนแคว้นเว่ยเป็นเมืองที่นางเดินทางผ่านบ่อยและเคยพักที่นั้นหลายกับบิดาและพี่ชาย“ที่นั่นเป็นที่ตั้งกองทัพของชินอ๋อง เจ้าเคยไปค่ายพยัคฆ์เหินหรือไม่?” หากบอกว่าไม่เคยไปก็เท่ากับโกหก นางเคยแปลงโฉมเป็นทหารเข้าไปสำรวจค่ายนี้อยู่บ่อยๆ พี่อี้เทียนของนางก็เคยแปลงโฉมเป็นชินอ๋องอยู่คราหนึ่งเพราะรู้ว่าช่วงนั้นชินอ๋องมักจะออกจากค่ายไปเสวยพระยาหารที่ร้านอาหารนอกค่าย ภายหลังจึงได้รู้ว่านั่นคือร้านอาหารของพราชายาฟ่านซิ่วอิง“เคยผ่านบ่อยเพคะ คนเมืองพยัคฆ์เหินก็ต้องเคยเห็นทุกคน” นางตอบฉะฉานจนฮ่องเต้อดอมยิ้มมิได้ ‘เจ้าคงแปลงโฉมเข้าไปค่ายน้องชายข้าบ่อยแล้วล่ะสิ’“เจ้าคงเคยเห็นแม่ทัพใหญ่ของค่ายพยัคฆ์เหินแล้ว ชินอ๋องน้องชายของข้าเป็นคนเก่งกาจยิ่งนัก รบคราใดไม่เคยพ่ายแพ้” น ้าเสียงภาคภูมิใจของพี่สามทำให้นางรู้ว่าทรงรักพระอนุชายิ่งนัก“เพคะ คนทั้งเมืองพยัคฆ์เหินต่างยกย่องท่านแม่ทัพเป็นเสียงเดียว”เมื่อนางรินสุราให้จอกหนึ่ง เขาก็ยกขึ้นดื่มจนหมด แล้วหันมาสบตานาง “พอก่อน ข้าอยากกลับเข้าไปดื่มในห้องบรรทมแล้ว เจ้ายกถาดสุราตามมา”