าจจะพลาดพลั้งทำผิดก็ได้ มือเท้าของอ้ายเจียยามนี้ก็ลดน้อยถอยลงไปแล้ว เจ้าจงคิดเร่งแก้ไขเถิด” ฮ่องเต้รู้ดีว่าหลังเหตุการณ์ที่ฮองไทเฮาเองก็มีส่วนพัวพันในครั้งนั้นคนของพระนางเองก็โดนกำจัดไปไม่น้อย จึงไม่อาจจะหาผู้ไว้ใจมาเป็นมือเป็นเท้าได้เช่นแต่ก่อน ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นผู้ที่เลี้ยงดูกันมายาวนาน“พะยะค่ะ หม่อมฉันจะหาหนทางแก้ไข” หมิงเฟยหลงนั่งดื่มสุราพลางครุ่นคิดวิธีจะสรรหาฮองเฮาที่พระองค์ต้องการ ใบหน้าของจอมยุทธ์หงลอยวนเวียนไปมา เขารู้แน่ชัดแล้วว่านางคือหงซือซือหนึ่งในนักแปลงโฉมผู้เก่งกาจแห่งตระกูลหง ‘หากเป็นนางก็คงดี’ แต่การจะให้นางมาเป็นฮองเฮาต้องได้รับความเห็นชอบส่วนหนึ่งจากราชสำนัก ระหว่างที่ทรงครุ่นคิดก็หันกลับมามองข้าราชบริพารที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านข้างและด้านหลัง ท่าทียุกยิกของนางกำนัลคนสุดท้ายที่ถูกสั่งให้มาประจำอยู่ในห้องบรรทมทำให้สะดุดพระทัย“เจ้ามานี่สิ!” ทรงหันไปเรียกนาง เมื่อนางกำนัลและขันทีทุกคนเงยหน้าขึ้นจึงทรงชี้ไปที่นาง “เจิ้นเรียกเจ้า”“เพคะ” นางทำหน้าเลิ่กลั่ก ดวงตาที่เขาคุ้นเคยสบตาเขาเพียงครู่เดียวแล้วหลุบลง ฮ่องเต้ยกยิ้มมุมปาก ‘เจ้ามาแล้วสิ ดีล่ะ ข้ากำลังคิดถึงอยู่เทียว’“มารินสุราให้เจิ้นตรงนี้” ทรงชี้ไปที่เก้าอี้ข้างพระองค์ ไป๋เพ่ยเจินตัวปลอมเดินงกๆ เงิ่นๆ ไปนั่งเพราะไม่รู้ว่าฮ่องเต้สงสัยตนเองหรือไม่?“บ้านเกิดเจ้าอยู่ที่ใด?” คำถามนั้นทำเอาหงซือซือหน