่อึก จนนางกำนัลและขันทีที่ยืนอยู่รายรอบล้วนลอบสบตากันอย่างเป็นกังวล น้อยครั้งนักที่จะเห็นฝ่าบาททรงอยู่ในอาการเช่นนี้ พวกเขามิอาจจะห้ามพระองค์ได้ ต่างก็ยืนเฝ้ารอรับใช้ หงซือซือที่อยู่ท้ายแถวเงยหน้าขึ้นมองพี่สามที่นั่งอยู่กลางศาลาในชุดสีเหลืองอร่ามอย่างเป็นกังวล ‘ไหนบอกข้าว่าต้องระวังตัวนักหนา ยามนี้ลืมไปหมดสิ้นแล้วหรือไรว่าตนเองอยู่ในภาวะอันตรายทุกย่างก้าว’ฮองไทเฮาเป็นพระมารดาเลี้ยงของพระองค์ที่ได้เคยขับเคี่ยวกันถือครองอำนาจ หลังจากที่ชินอ๋องได้ช่วยเหลือพระองค์ในการปราบกบฏครั้งแรก ฮองไทเฮาก็ทรงยอมลดบทบาทถอยไปอยู่เบื้องหลัง ครั้นสนมที่เป็นมารดาขององค์หญิงหมิงซีหลิวเสียชีวิตก็ทรงรับอุปถัมภ์นางเพื่อให้พ้นภัย ยิ่งภายหลังแฝดสี่ของชินอ๋องกับพราชายาฟ่านซิ่วอิงที่เป็นหลานสาวแท้ๆ ของฮองไทเฮาเติบโตขึ้น พระนางยิ่งวางมือมิได้คอยระแวดระวังเรื่องในวังหลังเหมือนก่อน ฮ่องเต้หมิงเฟยหลงถอนพระทัยหลายเฮือก บางครั้งพระองค์ก็คิดว่าให้ฮองไทเฮาคอยดูแลวังหลังก็ดีเหมือนกัน“เจ้าก็ให้อ้ายเจียได้อยู่ดูแลหลานๆ เพียงอย่างเดียวเถอะ เรื่องวางแผน จับผิด จับตาดูคนในวังหลังของเจ้า ก็จงหาฮองเฮาที่เฉลียวฉลาดสักคนมาจัดการดีหรือไม่? ยามนี้เจ้าเองก็หมดทายาทแล้ว หากอภิเษกสมรสฮองเฮาองค์ใหม่ก็จะได้มีพระโอรสอีก ฝ่าบาท วังหลังมิอาจจะขาดผู้ดูแลหรอกนะ”“เสด็จแม่ ท่านไม่คิดจะช่วยลูกจริงๆ หรือ?”“บางทีสายตาของอ้ายเจียที่แก่เฒ่าแล้ว อ