ือซือนึกถึงตอนที่ตนเองไปเรือนพักอานฉวนของเหล่านางกำนัล วงพนันที่อ้างกันว่าอู๋กงกงรับรองจะมีการเลือกตั้งฮองเฮาในปีนี้ “หัวหน้าสวี บางทีเรื่องที่เหล่าขันทีกับนางกำนัลเล่าลือกันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้เห็นทีข้าจะต้องสืบเรื่องนี้เสียหน่อย”หงซือซือที่บาดแผลบนต้นแขนหายดีแล้วแต่ยังมีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่แปลงโฉมกลับไปยังวังหลวงอีกครั้ง ครั้นมามาหลี่ประจำตำหนักร้างเห็นนางเข้าก็มิได้โวยวายใหญ่โต “ท่านไม่แปลกใจหรือที่ข้ากลับมา?”“เจ้ามาเร็วกว่าที่คาด” น ้าเสียงของนางคล้ายเกียจคร้าน “แต่ก็ดีนะที่มาถูกเวลา ยามนี้องค์ชายหมิงเหอตี้เพิ่งสวรรคตงานข้างในเยอะแยะนัก เจ้ามาได้จังหวะเสียจริง ตำหนักเสียนเหลียงนี่ก็มอบให้เจ้าช่วยดูแลก็แล้วกัน ข้าต้องรีบไปช่วยงานที่ตำหนักองค์ชายอีก ไม่งั้นอู๋กงกงเห็นทีจะเล่นงานข้าเป็นแน่”เมื่อไป๋เพ่ยเจินมองเห็นจิ้งจกกลับมาแล้วนางตาเหลือกรีบตรงไปลากหงซือซือไปในที่ลับตาคน “นี่!ดีนะที่เจ้ากลับมาเร็ว ไม่งั้นข้าคงถูกสูบเงินหมดตัวแล้ว”“ทำไมหรือ?”“ถามได้ พอเจ้าหายไปข้าก็เอาเงินที่มีไปยัดใส่มือมามาหลี่ไว้มิให้นางโวยวายหาเจ้าน่ะสิ นี่ข้าหมดไปสามสิบตำลึงแล้วนะ ถ้าเจ้ายังไม่มาอีกเห็นทีเงินเก็บข้าก็คงหมดจริงๆ”หงซือซือจึงควักเอาตั๋วแลกเงินห้าสิบตำลึงออกมายัดใส่มือไป๋เพ่ยเจิน “เอานี่ไป ข้าให้เจ้า ส่วนที่เหลืออีกยี่สิบตำลึงคิดเสียว่าเป็นดอกเบี้ยก็แล้วกัน ข้ายกให้” ไป๋เพ่ยเจินเห็นเช่นนั้น