ก็ยิ้มแย้ม “เออ…ดีนะที่เจ้าหายไปช่วงนี้ ถ้าเจ้ายังอยู่ข้าต้องสงสัยว่าเจ้าลอบเข้ามาในวังเพื่อวางยาองค์ชายเป็นแน่”“เจ้าเล่าเรื่องขององค์ชายที่สวรรคตให้ข้าฟังหน่อย”ไป๋เพ่ยเจินทำหน้าเคร่งเครียด “เรื่องนี้เล่าที่นี่ไม่ได้ เรากลับไปที่ตำหนักร้างกันเถอะ นี่เป็นเรื่องซับซ้อนและอันตรายมาก ถ้าพูดที่นี่ข้าเกรงคนจะได้ยิน”ไป๋เพ่ยเจินเล่าเหตุการณ์ให้หงซือซือฟังโดยละเอียด “แม้ฝ่าบาทจะทรงให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวด ทว่าก็ไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด จะว่าไปการสิ้นพราชนม์ขององค์ชายหมิงเหอตี้ช่างเหมือนกับตอนที่องค์ชายใหญ่สวรรคตนัก”หงซือซือที่ยังมิเคยได้ยินเรื่องซับซ้อนหลังวังมากนักรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที “อย่างไรหรือ?”“ตอนนั้นข้ายังอยู่ตำหนักฮองเฮาเคยได้ยินพวกที่ห้องเครื่องสนทนากันว่า องค์ชายใหญ่ที่เกิดจากพระสนมเฉินเฟย เกิดมาได้เพียงหกเดือนก็เสียชีวิต เป็นอาการเดียวกันนี่ล่ะ จู่ๆ ก็หลับไปแล้วก็ชีพจรแผ่วลงจนสิ้นพราชนม์ไป หาสาเหตุไม่พบแต่ตอนนั้นทุกคนสงสัยกันว่าเป็นฝีมือของฮองเฮาเถียน”“อ้าว! เช่นนี้ก็แสดงว่าคราวองค์ชายใหญ่มิใช่ฝีมือนางน่ะสิ”“อืม….ทุกคนเชื่อกันว่าคนลงมือกับองค์ชายใหญ่และคนลงมือกับองค์ชายหมิงเหอตี้คือคนเดียวกัน”ไป๋เพ่ยเจินสรุปข้อสงสัยที่ได้ยินมาจากการซุบซิบของเหล่าขันทีและนางกำนัลที่จับกลุ่มวงใหญ่หลังรู้ข่าว“แล้วผู้ต้องสงสัยล่ะ มีคนพูดบ้างไหมว่าน่าจะเป็นผู้ใด?”“คนที่น่าจะได้ประโยชน์ก็มีเสิ่น