ขากลับยกนิ้วชี้ข้างหนึ่งขึ้นปิดปากนางไว้“ชู่ว….เจ้าอย่าพูดอีกเลย ข้าขอดูแลเจ้าแค่วันเดียว เย็นนี้ข้าก็ต้องกลับบ้านแล้ว เจ้าก็รู้ว่าที่นั่นข้าวุ่นวายแค่ไหน? ข้ากลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเจ้า”หงซือซือจำต้องอยู่นิ่งๆ ให้เขาเช็ดปลายนิ้วเรื่อยไปจนถึงข้อพับแขนทั้งสองข้างหมิงเฟยหลงแอบยิ้มเมื่อเห็นว่าผิวของนางขาวเนียนละเอียดน่าสัมผัสยิ่งนัก นิ้วมือของนางก็เล็กและเรียวเขาจับมือของนางมาเทียบกับฝ่ามือตนเอง “ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเจ้าเป็นยอดมือกระบี่ผู้หนึ่ง ดูมือเจ้าสิเล็กกว่ามือข้าตั้งเยอะ” แม้ฝ่ามือของนางจะมีรอยด้านเป็นช่วงตามประสาคนฝึกกระบี่มาอย่างหนัก แต่เขากลับรู้สึกชอบยิ่งนักเพราะนี่คือมือที่ถือกระบี่เข้ามาปกป้องเขาอย่างกล้าหาญ“ข้ามิใช่คนร่างใหญ่อย่างเช่นท่านนี่” นางค้อนปะหลับปะเหลือกจนเขาอมยิ้ม“เจ้าเป็นบุรุษ มาทำค้อนข้าอย่างกับสาวน้อยเทียว”หงซือซืออึ้งไปครู่ นางลืมนึกไปว่าตนเองอยู่ในสภาพบุรุษ “เอ่อ! ข้ามิได้ค้อนท่านเสียหน่อย ข้าก็แค่เห็นว่าท่านตัวโตกว่าข้าแค่นั้นเอง”“ถ้าข้าตัวเล็กกว่าเจ้าก็คงอุ้มเจ้าขึ้นรถม้ามิได้ล่ะสิ” เขายิ่งพูดนางก็ยิ่งไม่อยากจะสบตาเพราะรู้สึกว่าตัวเองใบหน้าร้อนขึ้น ‘เอ๊ะ! หน้ากากยางอันนี้จะทำให้เขาเห็นหน้าข้าแดงหรือไม่?’ ยางรุ่นใหม่ที่ท่านอาเจียงให้มาใช้ในการแปลงโฉมนั้นทั้งบางทั้งคล้ายกับผิวหนังจริงยิ่งนัก“เหตุใดเจ้าจึงยังหน้าแดงขึ้นอีก? หรือว่าอาการไข้เจ้ายังไม่ลดล